Tech Mahindra บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติแห่งแดนภารตะ หรือสาธารณรัฐอินเดียกำลังเร่งพัฒนาบริการที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin ตัวใหม่ โดยพวกเขาได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้บริการเครื่องมือตัวนี้เป็นเหล่าธนาคาร และสถาบันการเงินต่าง ๆ

ซึ่งทางยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 เมษายน) ว่าพวกเขาได้ทำข้อตกลงกับ Quantoz องค์กรผู้บ่มเพาะแอปพลิเคชันบล็อกเชนสัญชาติดัตช์เพื่อเปิดตัวเครื่องมือ “Stablecoin-as-a-service” ที่มีหัวใจหลักในการเข้ามาลดต้นทุนการทำธุรกรรม และเวลาในการดำเนินการ เนื่องจากทางองค์กรเล็งเห็นว่าสถาบันเหล่านี้ต้องประมวลผลการชำระเงินจำนวนมากในแต่ละวัน ซึ่งนั่นทำให้ Stablecoin จึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับหน่วยงานประเภทดังกล่าว

นอกจากนี้อีกสาเหตุที่ความร่วมมือครั้งใหม่นี้ได้กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีศักยภาพจากภาคการธนาคาร และการเงินก็สืบเนื่องมาจากสำนักงานบัญชีกลางสกุลเงินของสหรัฐอเมริกา (United States’ Office of the Comptroller of the Currency - OCC) ได้อนุญาตอย่างเป็นทางการให้สถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตและควบคุมโดยรัฐบาลกลาง (Federally chartered banks) สามารถใช้ Blockchains และ Stablecoins สำหรับการจัดการหลักทรัพย์ในเดือนมกราคมต้นปีนี้

Rajesh Dhuddu ผู้นำทัพด้านบล็อกเชน และความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Tech Mahindra กล่าวว่า “การประกาศของ OCC เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ส่งเสริมการใช้ Stablecoin สำหรับการชำระธุรกรรมทางการเงินโดยธนาคารจะกระตุ้นความต้องการ และผลักดันนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินทั่วโลก”

ในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ Tech Mahindra จะช่วยให้ลูกค้าสามารถผสานรวมแพลตฟอร์มการประมวลผลธุรกรรม Nexus ของ Quantoz เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเดิม โดยแพลตฟอร์มนี้รองรับทั้ง เงิน Fiat และ Cryptocurrencies ซึ่งนำเสนอฟังก์ชั่นที่หลากหลายรวมถึงการโอนเงิน การชำระเงิน ระบบการสร้างความภักดี และการจัดการคลัง

ซึ่งความร่วมมือครั้งใหม่นี้ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นในความร่วมมือของ Tech Mahindra และ Quantoz เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทได้เคยร่วมมือกันมาก่อนแล้วในการสร้างชำระเงินดิจิทัลที่ใช้บล็อกเชน

“เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอโซลูชันของเราให้กับลูกค้าใหม่ ๆ ในสหรัฐอเมริการ่วมกับ Tech Mahindra เนื่องจากก่อนหน้านี้เราประสบความสำเร็จในการร่วมมือในโครงการอื่น ๆ” Henri de Jong ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Quantoz กล่าว