Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum มองว่าโปรโตคอล DeFi ที่มีความเสี่ยงต่ำอาจกลายเป็นแหล่งรายได้ระยะยาวที่มั่นคงสำหรับเครือข่าย Ethereum ในลักษณะเดียวกับที่ Google Search กลายเป็นเสาหลักรายได้ของ Google
BitMine เพิ่มการถือครอง Ethereum อีกครั้งในสัปดาห์นี้ ด้วยการซื้อเพิ่มมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ จาก Bitgo ทำให้ปริมาณ ETH สะสมของบริษัททะลุ 2.1 ล้านเหรียญ หรือกว่า 9.2 พันล้านดอลลาร์ กลายเป็นบริษัทมหาชนที่ถือ ETH มากที่สุดในโลก
ข้อมูลจาก Bitwise ระบุว่า นักลงทุนที่ถือ Bitcoin อย่างน้อย 3 ปี มีโอกาสขาดทุนเพียง 0.7% ขณะที่ผู้ที่ถือ 3–5 ปียังคงมีกำไรเฉลี่ยราว 90% แม้ราคาจะปรับฐานแรงรอบล่าสุด

แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องหลายเดือน แต่ข้อมูลบล็อกเชนชี้ว่า “วาฬ Bitcoin” ได้กลับมาซื้อสะสมเหรียญอีกครั้งกว่า 236,000 BTC นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยข้อมูลคำสั่งซื้อเฉลี่ยบนตลาด Spot บ่งชี้ถึงการกลับมาของนักลงทุนรายใหญ่

ข้อมูลบนบล็อกเชนเผยว่า Tether กำลังเผชิญกับการลดลงของอุปทาน USDT ครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังจากนักลงทุนรายใหญ่ทยอยแลกคืนเหรียญออกจากระบบ สะท้อนแนวโน้มของสภาพคล่องที่หายไปจากตลาดคริปโต

มูลค่ารวมของตลาด Memecoin ดิ่งลงกว่า 34% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางตลาดคริปโตที่อ่อนแรง แต่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า การร่วงครั้งนี้อาจไม่ใช่สัญญาณจบเกม แต่อาจเป็น “จุดยอมแพ้” ของนักลงทุนที่มักเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัว

ผลสำรวจโดย OKX พบว่า Gen Z ราว 13% เคยใช้ คริปโตเคอร์เรนซี จ่ายค่าเดต ขณะที่อีกหลายรายยอมรับว่ายังไม่สามารถทำได้เพราะ “ไม่มีช่องทางการจ่ายโดยตรง” นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่นี้ยังมองว่าความรู้ด้านการเงินเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้คู่เดตดูน่าสนใจมากขึ้น


Samson Mow ผู้บริหารของบริษัท Jan3 มองว่า Bitcoin ยังมีมูลค่าต่ำกว่าทองคำและปริมาณเงินทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตัวชี้วัด BTC/Gold Z-score เข้าใกล้ระดับที่ในอดีตเคยนำไปสู่การฟื้นตัวแรง แม้นักวิเคราะห์บางส่วนยังเตือนถึงความเสี่ยงขาลง

ทองคำพุ่งขึ้นกว่า 153% ตั้งแต่ต้นปี 2024 ขณะที่ Bitcoin กลับปรับตัวลดลงราว 30% นักวิเคราะห์ชี้ว่าสถานการณ์นี้สะท้อนถึง “โครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไป” ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการขยายตัวของปริมาณเงินทั่วโลก การปรับลดความเสี่ยงในหุ้นเทคโนโลยี และการปรับพอร์ตของนักลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากกว่า

ธนาคาร UBS ออกรายงานประเมินว่าหุ้นสหรัฐฯ มีมูลค่าสูงเกินจริง และมองว่าตลาดต่างประเทศอาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่า หากยังคงมีแรงกดดันต่อ S&P 500 นักลงทุนอาจเริ่มหมุนเงินเข้าสู่สินทรัพย์อย่าง Bitcoin ซึ่งอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนรอบใหม่ของตลาดคริปโต

Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นกว่า 7.4% ภายในสองวันหลังจากระดับต่ำสุดที่ 62,400 ดอลลาร์ แต่ข้อมูลออนเชนเผยว่านักลงทุนที่ซื้อระหว่างช่วง 6 เดือนถึง 2 ปีก่อนหน้านี้มีต้นทุนเฉลี่ยราว 74,500 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสำคัญที่อาจชี้ว่าตลาดขาลงรอบนี้จะจบลงหรือไม่