ข้อมูลตลาดระบุว่าการลงทุนใน Bitcoin มักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีจึงมีโอกาสสร้างกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความผันผวนระยะสั้นอาจทำให้นักลงทุนที่เข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดต้องเผชิญกับการขาดทุนในช่วงแรก

ข้อมูลจาก Bitwise ระบุว่า นักลงทุนที่ถือ Bitcoin อย่างน้อย 3 ปี มีโอกาสขาดทุนเพียง 0.7% ขณะที่ผู้ที่ถือ 3–5 ปียังคงมีกำไรเฉลี่ยราว 90% แม้ราคาจะปรับฐานแรงรอบล่าสุด

แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องหลายเดือน แต่ข้อมูลบล็อกเชนชี้ว่า “วาฬ Bitcoin” ได้กลับมาซื้อสะสมเหรียญอีกครั้งกว่า 236,000 BTC นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยข้อมูลคำสั่งซื้อเฉลี่ยบนตลาด Spot บ่งชี้ถึงการกลับมาของนักลงทุนรายใหญ่

ข้อมูลบนบล็อกเชนเผยว่า Tether กำลังเผชิญกับการลดลงของอุปทาน USDT ครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังจากนักลงทุนรายใหญ่ทยอยแลกคืนเหรียญออกจากระบบ สะท้อนแนวโน้มของสภาพคล่องที่หายไปจากตลาดคริปโต

มูลค่ารวมของตลาด Memecoin ดิ่งลงกว่า 34% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางตลาดคริปโตที่อ่อนแรง แต่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า การร่วงครั้งนี้อาจไม่ใช่สัญญาณจบเกม แต่อาจเป็น “จุดยอมแพ้” ของนักลงทุนที่มักเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัว


ข้อมูลจาก Santiment ระบุว่านักลงทุนรายย่อยกำลังเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มขึ้นหลังราคาหลุด $70,000 ขณะที่กลุ่มวาฬกลับทยอยขายทำกำไร ซึ่งในอดีตมักเป็นสัญญาณว่าการปรับฐานของตลาดอาจยังไม่สิ้นสุด

นักวิเคราะห์ระบุว่าเกือบ 38% ของเหรียญ Altcoins กำลังซื้อขายใกล้จุดต่ำสุดตลอดกาล ซึ่งถือเป็นภาวะที่รุนแรงยิ่งกว่าหลังการล่มสลายของ FTX สะท้อนการไหลออกของสภาพคล่องและความสนใจของนักลงทุนจากตลาดคริปโต

บริษัทขุด Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นทยอยขายมากขึ้น หลังรายได้จากการขุดลดลง ต้นทุนสูงขึ้น และแรงกดดันด้านหนี้สินทำให้อุตสาหกรรมต้องทบทวนกลยุทธ์ “ขุดแล้วยังถือต่อ” ที่เคยได้รับความนิยมในช่วงตลาดขาขึ้น

เงินทุนที่ไหลเข้าสู่บริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัล ลดลงเหลือประมาณ 555 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 โดย Bitcoin ยังคงเป็นสินทรัพย์หลักที่ถูกนำมาใช้ในกลยุทธ์คลังสินทรัพย์ของบริษัทเหล่านี้