รายงานจากธนาคารกลางสหรัฐเผยว่า ชาวอเมริกันราว 10% ใช้งานหรือถือครองคริปโตในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยกว่า 25% ของผู้ที่ใช้คริปโตเพื่อชำระเงินระบุว่า ธุรกิจเป็นฝ่ายต้องการรับชำระด้วยคริปโต เนื่องจากมีข้อดีด้านความรวดเร็ว ความเป็นส่วนตัว และต้นทุนที่ต่ำกว่า
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


Donald Trump ระบุว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่ตลาดคริปโตมีเงินไหลเข้า 75,000 ล้านดอลลาร์ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย

แม้ราคา Ethereum จะปรับตัวลดลงอย่างหนักในปีนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า ETH ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง จากการเป็นผู้นำในตลาด DeFi, Stablecoin และระบบ Staking ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง