ธนาคารกลางแห่งราชอาณาจักรสวีเดนอย่าง Sveriges Riksbank ซึ่งเป็นธนาคารกลางที่เก่าแก่ที่สุดในโลกได้ออกมาเผยแพร่ผลการดำเนินโครงการนำร่องสำหรับสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ของพวกเขา หรือที่ใช้ชื่อเรียกว่า e-krona (Krona คือสกุลเงินของสวีเดน)

จากข้อสรุปของรายงานระบุว่า ความเร็วของการใช้เงินที่กำลังสดลดลงในสวีเดนอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ ซึ่งนี่คือวิธีที่สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางสามารถเข้ามาแทนที่สกุลเงินกระดาษได้เนื่องจากการชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดกำลังเพิ่มสูงขึ้น

“เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตที่ผู้คนใช้จ่ายเป็นเงินสดน้อยลง Riksbank กำลังตรวจสอบความเป็นไปได้ในการออกเงินสดดิจิทัลซึ่งเรียกว่า e-krona”

แม้ว่าแรกเริ่มเดิมที ไทม์ไลน์เริ่มต้นสำหรับการเปิดตัว e-krona ถูกวางไว้ว่าจะเป็นวันใดวันหนึ่งในปี 2018 แต่ Riksbank ได้เลื่อนกำหนดเวลาออกไป และก็จะเลื่อนมันอีกอีกครั้ง โดยทางธนาคารกลางสวีเดนเปิดเผยว่าโครงการนำร่องในปัจจุบันจะไม่เสร็จก่อนปีหน้า และได้คาดการณ์ว่าโครงการอาจขยายไปจนถึงสิ้นปี 2026

CBDC นั้นต่างออกไปตามสถานการณ์ของแต่ละประเทศ

Johanna Jeansson นักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg แบ่งปันมุมมองของเขากับ Fortune ว่า “แรงจูงใจในออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางอาจเปลี่ยนแปลงไปเมื่อผู้กำหนดนโยบายสำรวจปัญหาที่พวกเขาเผชิญ เพียงแค่การสร้างส่วนเติมเต็มของเงินสดสำหรับธุรกรรมการค้าปลีกอาจไม่ได้สร้างความแตกต่างในระบบเศรษฐกิจมากนัก ซึ่งการใช้ CBDC แบบขายส่งในธุรกรรมข้ามพรมแดนมีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่า”

แต่ละรัฐบาลต่างใช้แนวทางที่แตกต่างกันกับสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางของตน โดยธนาคารกลางสหรัฐไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องออกสกุลเงินดิจิทัลของพวกเขาเป็นลำดับแรก แต่นั่นกลับเป็นกลยุทธ์ที่ธนาคารกลางของจีนนำมาใช้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการทำสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าที่จะเป็นคนแรก โดยแนวทางที่ระมัดระวังสำหรับ CBDCs แนวทางนี้ ได้รับการนำไปใช้โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) เช่นกัน โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทางประธานของธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ยืนยันว่าจะมีการประกาศการตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโครงการสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางภายในกลางปี ​​2021 หรือไม่ เธอกล่าวว่า “เราต้องแน่ใจก่อนว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้อง”