Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

ประธาน SEC สหรัฐชี้ ผู้สร้างเหรียญบิทคอยน์คือผู้เปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ประธาน SEC สหรัฐได้ออกมายกย่องผู้สร้างเหรียญบิทคอยน์ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้เปลี่ยนแปลงระบบการเงิน

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ประธาน Sec สหรัฐ

Gary Gensler ประธานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือ SEC ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้กล่าวว่า นวัตกรรมของ Satoshi Nakamoto เป็นของจริง

ประธาน SEC สหรัฐยกย่องผู้สร้างบิทคอยน์

เขากล่าวว่า นวัตกรรมของเขายังคงขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงระบบการเงินและรูปแบบการใช้เงิน

ที่ผ่านมา Gary Gensler ในฐานะที่เป็นประธานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้พูดถึงตัวเหรียญบิทคอยน์กับการร่างกฎหมายคริปโตเคอร์เรนซี่เอาไว้ในงงานประชุม Aspen Security โดยเขาได้พูดถึงร่างกฎหมายคริปโตเอาไว้ด้วยการอ้างอิงถึงผู้สร้างบิทคอยน์ปริศนาอย่าง Satashi Nakamoto

Three Round Gold-Colored Coins On 100 Us Dollar Banknotes

เขากล่าวว่า นวัตกรรมของเขาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาสินทรัพย์คริปโตชนิดต่าง ๆ และรวมไปถึงเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งสินทรัพย์คริปโตมันลอยอยู่บนท้องฟ้าและมันมีมูลค่าประมาณ $1.83 ล้านล้านด้วยกัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงที่เขาอยู่ในสถาบันเทคโนโลยีแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ (MIT) และเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นประธาน SEC นั้น เขาได้ทำการวิจัยและให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของบิทคอยน์, คริปโตเคอร์เรนซี่, และเทคโนโลยีบล็อกเชน

นวัตกรรมแห่งอนาคต

ในช่วงที่เขาทำงานด้านนี้นั้น เขาเคยมีความเชื่อว่าในโลกของคริปโตนั้นมันเป็นโลกแห่งการสวมหน้ากากเข้าหากัน แต่ตอนนี้เขาเชื่อว่าแล้วว่า นวัตกรรมที่ Nakamoto สร้างขึ้นมานั้นคือของจริง และเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงระบบการเงินและเงินสดที่เราใช้อยู่

เขากล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญก็คือ คุณ Nakamoto พยายามที่จะสร้างเงินสดในรูปแบบที่ถือครองได้แบบส่วนบุคคล ไม่มีตัวกลางเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างธนาคารกลางหรือธนาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ตามเขาเชื่อว่า มันยังไม่มีสินทรัพย์คริปโตนั้นที่จะสามารถใช้ได้เหมือนกับเงินสดในเวลานี้ได้สมบูรณ์

โดยประธาน SEC คิดว่า สินทรัพย์คริปโตยังเป็นสินทรัพย์ประเภทเก็งกำไรโดยที่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าที่แท้จริงได้ว่า มันมีค่ามากน้อยแค่ไหน

Read more about: