โปรเจค Cryptocurrency Ripple ได้สร้างสำนักงานประจำภูมิภาคใน Dubai International Financial Center หรือ DIFC แล้ว อ้างอิงจากประกาศ

Ripple เข้าสู่ตลาดดูไบ

บริษัท Ripple ได้เลือกแถบพื้นที่ดูไบตั้งสำนักงานของตัวเอง โดยจากเว็บไซต์ DIFC เผยว่าในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษนั้นมีบริษัทมากกว่า 2,500 บริษัททั่วตะวันออกกลาง แอฟริกาและเอเชียใต้มาเป็น “ผู้ควบคุมอิสระ” ในระบบกฎหมาย

“Ripple มีฐานลูกค้าที่สำคัญอยู่แล้วในภูมิภาค MENA (ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ) จึงทำให้การตัดสินใจตั้งสำนักงานใน DIFC นั้นเป็นเรื่องไม่ยาก” นาย Navin Gupta กรรมการผู้จัดการของ Ripple กล่าว
“สำนักงานประจำภูมิภาคของจะทำหน้าที่ในการนำเสนอโซลูชั่นที่ใช้ Blockchain และกระชับความสัมพันธ์กับสถาบันการเงินในภูมิภาคให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

นาย Brad Garlinghouse CEO และ Chris Larsen ผู้ร่วมก่อตั้งได้พูดเกี่ยวกับการย้ายสำนักงานใหญ่ของบริษัทในซานฟรานซิสโกไปยังประเทศที่มีความชัดเจนด้านกฎระเบียบมากกว่าสหรัฐอเมริกา Cointelegraph รายงานว่า Ripple ได้เลือกญี่ปุ่นและสิงคโปร์เป็นที่ตั้งสำนักงานใหม่

บริษัท Blockchain ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อดีของการตั้งบริษัทด้าน Blockchain ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คือบริษัทเหล่านั้นไม่จ้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 50 ปีนอกจากนี้ใน UAE ก็ยังมีแผนที่จะสร้าง Crypto Valley ในรูปแบบใหม่อีกด้วย

การเคลื่อนไหวของ Ripple เกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนของราคา XRP เมื่อเทียบกับ Bitcoin (BTC) และ Ether (ETH) ในปี 2020 ตามรายงานของ XRP Markets ในไตรมาส 3 ปี 2020 ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนความผันผวนของ XRP ในไตรมาสที่ 3 นั้นสูงกว่า BTC และ ETH ซึ่งแสดงถึงความผันผวนที่เพิ่มขึ้นจากใน Q2 และ Q1

ค่าความผันผวน XRP, BTC และ ETH จาก Ripple