ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ร่วงแตะ 86,000 ดอลลาร์ สะท้อนความแตกต่างของทั้งสองสินทรัพย์

ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ร่วงแตะ 86,000 ดอลลาร์ สะท้อนความแตกต่างของทั้งสองสินทรัพย์

ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $5000 ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าและความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ Bitcoin ร่วงลงต่อเนื่องกว่า 30% จากจุดสูงสุดเดือนตุลาคม สะท้อนความต้องการที่เอื้อต่อทองคำมากกว่าสินทรัพย์ดิจิทัล

ราคาทองคำพุ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 5,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับขึ้นกว่า 17% ตั้งแต่ต้นปี 2026 เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าหาสินทรัพย์หลบภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง

  ราคาทองคำพุ่งขึ้นกว่า 83% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ Bitcoin ลดลง 17% ( ที่มา : Google Finance )
  ราคาทองคำพุ่งขึ้นกว่า 83% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ Bitcoin ลดลง 17% ( ที่มา : Google Finance )

รายงานจาก The Kobeissi Letter ระบุว่า “ความเป็นไปได้ของการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ กลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่หนุนให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น” โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโลกเผชิญความตึงเครียดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ขู่เรียกเก็บภาษี 100% ต่อสินค้านำเข้าจากแคนาดา ภายหลังแคนาดาลงนามข้อตกลงการค้ากับจีน ทำให้เกิดความกังวลว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับหลายประเทศอาจปะทุอีกครั้ง

ทองคำยังเอาชนะ Ether (ETH) ในการเดิมพันบนแพลตฟอร์ม Polymarket ที่ตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม 2025 ว่าสินทรัพย์ใดจะถึง 5,000 ดอลลาร์ก่อนกัน โดย Ether กลับร่วงลงต่ำกว่า 2,800 ดอลลาร์ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และลดลงกว่า 40% จากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม ที่ 4,946 ดอลลาร์

ไม่เพียงแต่ทองคำเท่านั้น ราคาของแร่เงิน ก็พุ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 107 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 48% ตั้งแต่ต้นปี 2026 สะท้อนกระแสความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยทั่วตลาดโลหะมีค่า

Bitcoin ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ 

ในทางกลับกัน Bitcoin ร่วงลงต่อเนื่องแตะระดับ 86,000 ดอลลาร์ บน Coinbase ตามข้อมูลจาก TradingView โดยลดลง 1.6% ภายในวันเดียว และลบกำไรทั้งหมดที่สะสมไว้ตั้งแต่ต้นปี

ขณะนี้ Bitcoin อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมกว่า 30% จาก 126,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการ “ความแตกต่าง” อย่างเด่นชัดระหว่างทองคำในฐานะสินทรัพย์หลบภัย กับ Bitcoin ที่เคยถูกมองว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล”

Jeff Mei ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ BTSE กล่าวกับ Cointelegraph ว่า

“ราคาทองคำพุ่งขึ้นเพราะตลาดมองว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจเผชิญกับการปิดหน่วยงานปลายเดือนนี้ ขณะที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและย้ายเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ”

Mei อธิบายเพิ่มเติมว่า นักลงทุนมักจะกระจายเงินไปยังพันธบัตรรัฐบาลและทองคำในภาวะไม่แน่นอน แต่ในครั้งนี้ ความเสี่ยงที่รัฐบาลอาจปิดตัวทำให้ความเชื่อมั่นในพันธบัตรลดลง และนักลงทุนจึงเลือกถือทองคำมากกว่า

นโยบายการเงินและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์หนุนราคาทองคำ

นักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดทองคำยังได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งจะจำกัดสภาพคล่องในระบบการเงิน และลดแรงเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยง

อีกทั้ง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น การขู่ยึดครองเกาะกรีนแลนด์ ของรัฐบาล Trump และข้อพิพาททางการค้ากับยุโรป ยิ่งส่งเสริมให้ทองคำถูกมองว่าเป็นที่หลบภัยของนักลงทุนในระยะยาว

ความสัมพันธ์ทองคำ Bitcoin แตกต่างชัดเจน

ในอดีต Bitcoin และทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันเมื่อความเสี่ยงในตลาดเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวเริ่มลดลงอย่างมาก

นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ความแตกต่างนี้มาจากฐานนักลงทุนที่เปลี่ยนไป นักลงทุนสถาบันและธนาคารกลางหันมาซื้อทองคำเพิ่มขึ้น ในขณะที่การไหลเข้าของเงินทุนในตลาดคริปโตกลับลดลงหลังจากการเก็งกำไรในปี 2025

การร่วงลงของ Bitcoin ในขณะที่ทองคำทำจุดสูงสุดใหม่ จึงสะท้อนว่า นักลงทุนกำลังเปลี่ยนจุดยืนจากสินทรัพย์เสี่ยงไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก

การพุ่งขึ้นของราคาทองคำเหนือ 5,000 ดอลลาร์ ขณะ Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 86,000 ดอลลาร์ แสดงให้เห็นการเคลื่อนย้ายเงินทุนครั้งใหญ่ในตลาดโลก นักลงทุนกำลังลดความเสี่ยงจากคริปโตและหันกลับไปหาทองคำอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงกดดันตลาดทั่วโลก

อ้างอิง : Cointelegraph

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

Spot Bitcoin ETF รับเงินไหลเข้า 5 วันติดต่อกันครั้งแรกของปี 2026 รวมมูลค่ากว่า $767 ล้าน
Bitcoin เกือบแตะ $74,000 แต่ข้อมูลตลาดชี้การปรับฐานอาจยังไม่จบ
Staking Ethereum ETF ของ BlackRock เปิดตัววันแรก มูลค่าซื้อขายแตะ $15.5 ล้าน
นักเทรดมืออาชีพมองโอกาสที่ Bitcoin จะพุ่งแตะ $78,000 มีไม่ถึง 17% แม้มีเงินไหลเข้า ETF