ทองคำพุ่งขึ้นกว่า 153% ตั้งแต่ต้นปี 2024 ขณะที่ Bitcoin กลับปรับตัวลดลงราว 30% นักวิเคราะห์ชี้ว่าสถานการณ์นี้สะท้อนถึง “โครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไป” ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการขยายตัวของปริมาณเงินทั่วโลก การปรับลดความเสี่ยงในหุ้นเทคโนโลยี และการปรับพอร์ตของนักลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากกว่า
ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $5000 ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าและความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ Bitcoin ร่วงลงต่อเนื่องกว่า 30% จากจุดสูงสุดเดือนตุลาคม สะท้อนความต้องการที่เอื้อต่อทองคำมากกว่าสินทรัพย์ดิจิทัล
Santiment เผยอัตราส่วนความคิดเห็นเชิงบวกต่อ Bitcoin พุ่งแตะระดับสูงสุดของปี 2026 พร้อมเตือนว่าความเชื่อมั่นเชิงบวกในอดีตมักตามมาด้วยการปรับฐานระยะสั้น แม้บรรยากาศในตลาดคริปโตโดยรวมยังคงเปราะบาง

แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้
