นักลงทุนทะลักเข้าตลาดขุด ETH ในขณะที่ค่าแก๊ซบนเครือข่ายร่วง 90%
ในช่วงที่ค่าแก๊ซบนเครือข่าย ETH ลดลง มีนักขุดไหลเข้าตลาดขุดซื้อเครื่องขุดเหรียญมากขึ้นกำลังประมวลผลก็มากขึ้นตามไปด้วย

ในช่วงที่ค่าแก๊ซบนเครือข่าย ETH ลดลง มีนักขุดไหลเข้าตลาดขุดซื้อเครื่องขุดเหรียญมากขึ้นกำลังประมวลผลก็มากขึ้นตามไปด้วย
ราคาค่าธรรมเนียม หรือที่เรียกกันว่าค่าแก๊ซของ Ethereum ลดลงเหลือ 36Gwei ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสามเดือนนับตั้งแต่ DeFi บูม ลดลงกว่า 93% จากจุดสูงสุด ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ใช้งาน Ethereum ที่ไม่ต้องแบกภาระเรื่องค่าธรรมเนียมสูง ๆ อย่างน่าตกใจจากที่เคยเกิดขึ้น
ในตอนนี้ที่เครือข่าย Ethereum ยังคงเป็นระบบการขุดเหรียญอยู่ ข้อมูลบนเครือข่ายแสดงให้เห็นว่าค่า Hash Rate ของเครือข่าย Ethereum ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง นักขุดก็มีการลงทุนกับเครื่องจักรเพิ่มมากขึ้น
ตามข้อมูลจาก QKL123 ค่า Hash Rate บนเครือข่ายโดยเฉลี่ยของ Ethereum แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 295T ในวันที่ 9 สิงหาคม 2018 จากนั้นก็เริ่มลดลง ในเดือนมกราคม 2020 จากนั้นจึงเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จาก 128T หลังจากเดือนกรกฎาคมก็กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วันนี้ค่า Hash Rate ของเครือข่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 260T โดยรวมแล้วค่า Hash Rate ของ Ethereum เพิ่มขึ้นประมาณ 100% ในปี 2020 นี้
รายได้นักขุด Ethereum เพิ่มขึ้น
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2018 ราคาของ Ethereum พุ่งสูงตลอดกาลที่ประมาณ 41378.09 บาท จากนั้น 8 เดือนต่อมาพลังการประมวลผลโดยเฉลี่ยของ Ethereum พุ่งแตะถึงจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในเวลานี้ราคาของ ETH อยู่ที่ $377.79 ดอลลาร์ เท่านั้นซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดประมาณ 71% เมื่อเทียบกับมูลค่าในอดีตของ Ethereum ราคาของ ETH ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก กล่าวอีกนัยหนึ่งหากมองจากมุมมองของพลังคอมพิวเตอร์เท่านั้นรายได้ของนักขุดในปัจจุบันก็ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตามในช่วงที่ค่าแก๊ซของ Ethereum ลดลง นักลงทุนและนักขุดก็เริ่มซื้อเครื่อขุดมากขึ้นจนการ์ดประมวลผลเริ่มขาดตลาดและพลังการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นของ Ethereum ส่วนใหญ่มาจากชุดขุด RX5700 ของ AMD รวมถึง 578, 588 และ 598 ของ AMD