Ether ทรงตัวเหนือ $2,000 แต่แรงขายจาก ETF มูลค่า 242 ล้านดอลลาร์ อาจกดดันราคาอีกระลอก
Ether ยังคงยืนเหนือระดับ $2,000 ได้ในสัปดาห์นี้ แต่แรงเทขายจากกองทุน Ether ETF มูลค่ากว่า 242 ล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนกังวลว่าราคาจะกลับเข้าสู่ช่วงขาลงอีกครั้ง ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความตึงเครียดระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

Ether ยังคงยืนเหนือระดับ $2,000 ได้ในสัปดาห์นี้ แต่แรงเทขายจากกองทุน Ether ETF มูลค่ากว่า 242 ล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนกังวลว่าราคาจะกลับเข้าสู่ช่วงขาลงอีกครั้ง ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความตึงเครียดระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น
ตลาด Ether ยังคงเผชิญแรงขายจากนักลงทุนสถาบัน หลังข้อมูลชี้ว่าเม็ดเงินลงทุนใน กองทุน ETF ของ Ether ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ถูกถอนออกกว่า 242 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันพุธถึงพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้แนวโน้มการฟื้นตัวหลังราคาพุ่งขึ้น 20% จากระดับต่ำสุดที่ $1,744 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เริ่มชะลอตัวลง
นักลงทุนจำนวนมากหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น แทนการถือสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงสัญญาณการเติบโตที่ไม่สม่ำเสมอ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 3.42% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคาดการณ์ว่า Federal Reserve (Fed) จะเริ่มลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปี 2026 เพื่อตอบรับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ความต้องการถือ Ether ลดลง ขณะที่ผลตอบแทนจากการ Staking ไม่ดึงดูด
ถึงแม้ราคา Ether จะสามารถยืนเหนือระดับ $2,000 ได้ แต่ยังไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ $2,150 มาตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งนักเทรดมองว่าเป็นสัญญาณของแรงซื้อที่ยังไม่เพียงพอ
ตลอด 30 วันที่ผ่านมา ราคาของ Ether ลดลงกว่า 38% ส่งผลให้รายได้จากค่าธรรมเนียมเครือข่าย (Network Fees) และแรงจูงใจในการ Staking ลดลงตามไปด้วย ปัจจุบันผลตอบแทนจากการ Stake อยู่ที่เพียง 2.9% ต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยกว่าดอกเบี้ยของ Fed ที่อยู่ราว 3.5%
นอกจากนี้ ปริมาณเหรียญ ETH ทั้งหมดในระบบยังเพิ่มขึ้นในอัตรา 0.8% ต่อปี ซึ่งหมายความว่าแรงกดดันด้านอุปทานอาจยังไม่ลดลงในเร็วๆ นี้
ตลาดอนุพันธ์สะท้อน “ความกลัว” ของนักเทรด
ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์บ่งชี้ว่านักเทรดยังคงแสดงท่าทีระมัดระวังต่อแนวโน้มราคาในระยะสั้น ดัชนี ETH Options Delta Skew อยู่ที่ 10% ซึ่งหมายความว่านักลงทุนกำลังให้ความสำคัญกับการซื้อ Put Option (สิทธิ์ขาย) มากกว่า Call Option (สิทธิ์ซื้อ) สะท้อนถึงความคาดหวังว่าราคาอาจยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อ
ดัชนีดังกล่าวอยู่เหนือระดับ 6% ต่อเนื่องมาสองสัปดาห์แล้ว ซึ่งโดยทั่วไปจะบ่งบอกถึงบรรยากาศขาลงในตลาด ในขณะที่ราคา ETH ยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลถึง 58%
ETF Outflow ไม่ใช่สัญญาณลบ
แม้จะมีกระแสเงินไหลออกกว่า 242 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้ยังถือเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่ารวมของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของกองทุน Ether ETF ที่อยู่ที่ 12,700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นไม่ถึง 2% ของทั้งหมด
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ตลาดจะยังอยู่ในช่วงอ่อนแรง แต่ Ethereum ยังคงเป็นเครือข่ายอันดับ 1 ในด้านมูลค่าของสินทรัพย์รวมที่ถูกล็อกไว้บนเครือข่าย (Total Value Locked – TVL) ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของระบบนิเวศในระยะยาว
ในระยะสั้น ความสนใจของนักลงทุนยังคงอยู่ที่ผลประกอบการของบริษัทใหญ่ในสหรัฐฯ รวมถึงความสามารถของรัฐบาลในการบริหารหนี้ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด ซึ่งทั้งหมดนี้อาจยังคงกดดันราคาของ Ether ให้เคลื่อนไหวในกรอบแคบต่อไป
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








