นักวิเคราะห์ชี้ Ethereum ยังเป็นสินทรัพย์น่าซื้อระยะยาว แม้ราคาจะร่วงลงกว่า 28% ในปีนี้
แม้ราคา Ethereum จะปรับตัวลดลงอย่างหนักในปีนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า ETH ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง จากการเป็นผู้นำในตลาด DeFi, Stablecoin และระบบ Staking ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

แม้ราคา Ethereum จะปรับตัวลดลงอย่างหนักในปีนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า ETH ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง จากการเป็นผู้นำในตลาด DeFi, Stablecoin และระบบ Staking ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
แม้ราคา Ether จะปรับตัวลดลงกว่า 28% ตั้งแต่ต้นปี 2026 แต่การลงทุนระยะยาวใน Ethereum ยังคงได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์จำนวนมาก หลังเครือข่ายยังรักษาความเป็นผู้นำในหลายภาคส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต ทั้งด้าน DeFi, Stablecoin และสินทรัพย์โทเคนไนซ์บนบล็อกเชน
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Ethereum ยังคงเป็นเครือข่ายที่รองรับสภาพคล่องในระบบ DeFi มากที่สุด โดยมีมูลค่ารวมราว 43,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมี Stablecoin มูลค่ากว่า 165,000 ล้านดอลลาร์ หมุนเวียนอยู่และถือครองสัดส่วนประมาณ 55% ของสินทรัพย์แบบ Tokenized ทั้งหมดที่อยู่บนบล็อกเชน
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Token Terminal ยังแสดงให้เห็นว่า ตลาด Tokenized ETF มีมูลค่ารวมเกิน 400 ล้านดอลลาร์แล้ว และ Ethereum ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 76.9%
Tanaka นักวิเคราะห์คริปโต กล่าวว่า ปัจจัยเหล่านี้ยังคงเป็นสิ่งสำคัญในระยะยาว พร้อมชี้ว่า Ethereum ยังคงเป็น “Settlement Layer” หลักของอุตสาหกรรมคริปโตในปัจจุบัน
นอกจากความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว กิจกรรมการ Stake ETH ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ราคาเหรียญจะปรับตัวลงอย่างมากในปีนี้
ข้อมูลบนเครือข่ายระบุว่า ปัจจุบันมี ETH ถูกนำไป Stake แล้วเกือบ 39.1 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นประมาณ 32% ของอุปทานทั้งหมด โดยกระจายอยู่ใน Validator มากกว่า 896,000 ราย
ขณะเดียวกัน ความต้องการเข้าร่วม Validator ใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมี ETH มากกว่า 3.49 ล้านเหรียญอยู่ในคิวรอ Stake ส่งผลให้ระยะเวลารอคอยยาวนานเกิน 60 วัน ขณะที่จำนวน ETH ที่อยู่ในคิวถอนออกจากระบบมีเพียง 7,424 เหรียญเท่านั้น
นักวิเคราะห์มองว่า คิว Validator ที่ยาวขึ้นสะท้อนว่า นักลงทุนระยะยาวยังคงนำ ETH เข้าสู่ระบบการ Stake อย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ด้านข้อมูลจาก CryptoQuant ยังพบสัญญาณการสะสม ETH ของนักลงทุนระยะยาว โดยเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม มี ETH ไหลเข้าสู่ “Accumulation Addresses” สูงถึง 248,400 ETH ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา
กระเป๋าเหล่านี้มักถูกเชื่อมโยงกับนักลงทุนระยะยาว เนื่องจากมีพฤติกรรมขายออกต่ำมาก จึงถูกใช้เป็นตัวชี้วัดการสะสมสินทรัพย์ของตลาด
ในมุมมองเชิงเทคนิค นักวิเคราะห์ Crypto Bullet ระบุว่า กราฟรายสัปดาห์ของ ETH ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบสะสมระยะยาวระหว่าง 1,000-5,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นช่วงที่นักลงทุนทยอยสะสมก่อนเข้าสู่รอบขาขึ้นครั้งใหม่
เขามองว่า ETH ยังมีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบโซน 1,000-1,300 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ก่อนเริ่มตลาดขาขึ้นรอบใหม่ พร้อมวางเป้าหมายระยะยาวในช่วงปี 2027-2029 ไว้ที่ประมาณ 7,700-14,000 ดอลลาร์
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








