คริปโตหุ้นร่วง น้ำมันผันผวน หลังอิหร่านขู่ตอบโต้สหรัฐ
ตลาดคริปโตและหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง หลังความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านทวีความรุนแรง กดดันความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะที่ราคาน้ำมันผันผวนหนัก

ตลาดคริปโตและหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง หลังความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านทวีความรุนแรง กดดันความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะที่ราคาน้ำมันผันผวนหนัก
ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญแรงขายอีกครั้ง หลังสถานการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านยกระดับความตึงเครียดต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 โดย Donald Trump ออกมาระบุว่าสหรัฐอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน หากอีกฝ่ายไม่เปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ทันทีว่าจะโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐและอิสราเอลในภูมิภาค และอาจปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการขนส่งน้ำมันโลก
แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวลงราว 1.8% มาอยู่บริเวณ 68,000 ดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้หลุดระดับต่ำกว่า 67,600 ดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ การปรับฐานครั้งนี้ยังลากให้ตลาดคริปโตเกิดการล้างสถานะ Futures รวมกว่า 336 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว โดยข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่าเกือบหนึ่งในสามของมูลค่าดังกล่าวมาจากสถานะ Long ที่ถูกบังคับปิด สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากนักลงทุนที่ใช้ Leverage
นักวิเคราะห์มองว่า ในช่วงเวลานี้คริปโตไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเหมือนที่หลายคนคาดหวัง แต่กลับเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากความกังวลด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เช่นเดียวกัน โดยตลาดหุ้นเอเชียตอบสนองในเชิงลบอย่างชัดเจน ญี่ปุ่นปรับตัวลงแรงกว่า 4% ขณะที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ลดลงราว 0.8%
ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนสูง โดยพุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนจะย่อตัวลงและแกว่งในช่วง 97–99 ดอลลาร์ ส่วนราคาน้ำมัน Brent ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของตลาดโลก ขยับขึ้นเหนือ 114 ดอลลาร์ก่อนจะปรับตัวลงมาเล็กน้อย การเคลื่อนไหวของราคาพลังงานนี้กำลังสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และส่งผลต่อมุมมองนโยบายการเงินของ Federal Reserve อย่างมีนัยสำคัญ
ความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขยับจากศูนย์มาอยู่ที่ 12.4% ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนถึงการปรับมุมมองครั้งใหญ่ของนักลงทุนต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก
ในภาพรวม นักวิเคราะห์มองว่าทิศทางของ Bitcoin ในระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลักคือความคืบหน้าของสถานการณ์สงคราม และท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ หากความตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย ตลาดคริปโตอาจเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด แต่ในระยะสั้นยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
แม้บรรยากาศของตลาดโดยรวมจะยังคงเป็นลบ แต่เงินทุนจากสถาบันก็ยังไหลเข้าสู่ตลาด โดยกองทุน Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิถึง 1.43 พันล้านดอลลาร์ในเดือนนี้ ซึ่งสะท้อนว่าโครงสร้างระยะยาวของตลาดยังไม่ถูกทำลาย และอาจกำลังสะสมแรงสำหรับการฟื้นตัวในอนาคต
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








