Bitcoin เริ่มไล่ตามทองคำ นักวิเคราะห์ชี้อาจเป็น ‘โอกาสท่ามกลางความเสี่ยง’
ข้อมูลตลาดล่าสุดชี้ว่า Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับทองคำ หลังอัตราส่วน BTC–ทองคำฟื้นตัวจากแนวรับสำคัญ ขณะที่กระแสเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่ Bitcoin ETF อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลตลาดล่าสุดชี้ว่า Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับทองคำ หลังอัตราส่วน BTC–ทองคำฟื้นตัวจากแนวรับสำคัญ ขณะที่กระแสเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่ Bitcoin ETF อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
แนวโน้มระยะยาวของ Bitcoin เมื่อเทียบกับ Gold เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกอีกครั้ง หลังตัวชี้วัดสำคัญฟื้นตัวจากระดับที่เคยเกิดขึ้นในรอบตลาดก่อนหน้า
นักวิเคราะห์มองว่าช่วงเวลานี้อาจสะท้อนสิ่งที่เรียกว่า “โอกาสท่ามกลางความเสี่ยง” สำหรับ Bitcoin โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน
สัญญาณบวกจากอัตราส่วน Bitcoin ต่อทองคำ
Michaël van de Poppe ผู้ก่อตั้งบริษัท MN Capital ระบุว่า อัตราส่วน Bitcoin ต่อทองคำ (BTC–Gold ratio) เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่ง หลัง RSI เกิด Bullish Divergence บนกราฟรายวัน
รูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อราคาทำจุดต่ำสุดที่ต่ำลง แต่ตัวชี้วัดแนวโน้มอย่าง RSI กลับสูงขึ้น ซึ่งมักบ่งชี้ว่าแรงขายเริ่มลดลง
ในเดือนกุมภาพันธ์ อัตราส่วนดังกล่าวปรับตัวลงสู่ระดับ 12–13 ซึ่งเคยเป็นแนวต้านสำคัญในปี 2017 ก่อนจะกลายเป็นแนวรับในปี 2022 และ 2023 ทำให้ระดับดังกล่าวถูกมองว่าอาจเป็นแนวรับสำคัญของแนวโน้มระยะยาวของ Bitcoin เมื่อเทียบกับทองคำ
กระแสเงินทุนเริ่มเปลี่ยนทิศ
อีกหนึ่งสัญญาณที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินทุนในกองทุน Gold ETF
กองทุนทองคำชื่อดังอย่าง SPDR Gold Shares มีเงินไหลออกถึง 3 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 6 มีนาคม ซึ่งถือเป็นการไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสองปี
ในทางกลับกัน กระแสเงินทุนของ Bitcoin ETFs เริ่มฟื้นตัว โดยยอดเงินไหลเข้าในช่วง 30 วันล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 906 ล้านดอลลาร์ จากที่เคยมีเงินไหลออกประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์ ตลอดเดือนที่ผ่านมา
เมื่อดูจากจำนวนสินทรัพย์ที่ถืออยู่ กองทุน Bitcoin ETF มีการเพิ่มการถือครองประมาณ 12,909 BTC ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ขณะที่กองทุนทองคำลดการถือครองลงอย่างชัดเจน
ความผันผวนเศรษฐกิจโลกอาจเป็นโอกาส
รายงานจาก Binance Research ระบุว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันอาจสร้าง “โอกาสภายใต้ความเสี่ยง” ให้กับ Bitcoin
ช่วงที่ผ่านมา Bitcoin มีการเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสินทรัพย์หลายประเภท เช่น น้ำมันและตลาดหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะหลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน
แม้จะมีความผันผวน แต่สัญญาณหนึ่งที่ชัดเจนคือ กิจกรรมจากนักลงทุนสถาบันเริ่มเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนปริมาณซื้อขายของ Spot Bitcoin ETFs ในสหรัฐเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่ในปัจจุบัน ETF ยังคิดเป็นเพียงประมาณ 9% ของปริมาณซื้อขาย Bitcoin ในตลาด Spot ซึ่งยังต่ำกว่าตลาดหุ้นสหรัฐที่ ETF คิดเป็นประมาณ 30–40% ของปริมาณซื้อขายทั้งหมด
ตัวเลขนี้สะท้อนว่ายังมีพื้นที่สำหรับการเข้ามาของเงินทุนสถาบันอีกมากในอนาคต
ประวัติศาสตร์ชี้ตลาดมักฟื้นหลังปีเลือกตั้ง
ข้อมูลทางสถิติยังชี้ว่า ช่วงปีเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐมักเป็นช่วงที่ตลาดเผชิญการปรับฐาน
ดัชนี S&P 500 มักปรับตัวลงจากจุดสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 16% ขณะที่ Bitcoin เคยปรับตัวลงเฉลี่ยประมาณ 56% ในช่วงรอบเดียวกัน
แต่ในช่วง 12 เดือนหลังการเลือกตั้ง นับตั้งแต่ปี 1939ตลาดหุ้นสหรัฐไม่เคยให้ผลตอบแทนเป็นลบเลย และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 19%
สำหรับ Bitcoin แม้จะมีข้อมูลน้อยกว่า แต่ในสามครั้งที่ผ่านมา หลังปีที่มีการเลือกตั้ง ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นเฉลี่ยประมาณ 54%
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์มองว่าระดับ 78,000 ดอลลาร์ ได้กลายเป็นแนวต้านสำคัญ หาก Bitcoin สามารถทะลุระดับนี้ได้ อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแนวโน้มครั้งใหญ่ของตลาดในระยะถัดไป
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








