Bitcoin อ่อนแรงต่อเนื่อง หลังสงครามกดดันนักลงทุนลดความเสี่ยงทั้งคริปโตและหุ้น
Bitcoin เผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดึงเงินทุนไหลออกจากทั้งตลาดหุ้นและคริปโต ขณะที่นักลงทุนปรับลดความเสี่ยงในพอร์ต

Bitcoin เผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดึงเงินทุนไหลออกจากทั้งตลาดหุ้นและคริปโต ขณะที่นักลงทุนปรับลดความเสี่ยงในพอร์ต
ราคา Bitcoin ปรับตัวลงเกือบ 5% หลังจากการฟื้นตัวช่วงต้นสัปดาห์ โดยการปรับตัวลงครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับตลาดการเงินหลักอย่าง S&P 500 Nasdaq และ Dow Jones ที่ปรับลดลงเช่นกัน
ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันดิบกลับพุ่งขึ้นกว่า 7.3% และเพิ่มขึ้นรวมกว่า 53% นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์
เงินทุนไหลออกจากทุกตลาด
ข้อมูลจาก Kobeissi Letter ระบุว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีเงินไหลออกจาก ETF ของดัชนีหุ้นหลักอย่าง S&P 500 และ Nasdaq รวมกันถึง 64,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ฝั่งคริปโตก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยกองทุน Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกประมาณ 253 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา
แม้ภาพรวมรายเดือนยังมีเงินไหลเข้าอยู่ราว 1.48 พันล้านดอลลาร์ แต่เมื่อเทียบกับเงินไหลออกสะสมกว่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ปลายปี 2025 แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงเปราะบาง
ตลาดเริ่มรับแรงขายไม่ไหว
ข้อมูลจาก Glassnode ชี้ว่า ตลาดเริ่มมีปัญหาในการ “ดูดซับแรงขาย” โดยช่วงหนึ่งมีแรงขายทำกำไรสูงถึง 17 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง ก่อนจะเริ่มชะลอลง
Glassnode ระบุว่า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังทำให้ ความต้องการซื้อลดลง ส่งผลให้ตลาดรับแรงขายได้ยากขึ้น แม้จะเป็นแรงขายในระดับปานกลางก็ตาม
รูปแบบราคาคล้ายเหตุการณ์ปี 2022
นักวิเคราะห์เริ่มเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครนในปี 2022
ในตอนนั้น Bitcoin ปรับตัวลงก่อน จากนั้นก็ดีดขึ้นราว 24% ภายใน 4 สัปดาห์ ก่อนจะปรับตัวลงแรงอีกครั้งจนร่วงกว่า 64% ภายในปลายปี
สถานการณ์ปัจจุบันมีลักษณะคล้ายกัน โดย Bitcoin เคยพื้นตัวขึ้นเกือบ 10% ในช่วงแรกของสงคราม แต่แนวโน้มก็เริ่มกลับมาอ่อนแรงลงอย่างชัดเจน
ปัจจัยกดดันยังไม่คลี่คลาย
นักวิเคราะห์มองว่าแรงกดดันหลักยังคงมาจากสภาพคล่องในตลาดที่ลดลง ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น การขายสินทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงวิกฤต
ทั้งหมดนี้ทำให้แรงซื้อใหม่ไม่เพียงพอที่จะดันราคาให้ฟื้นตัวต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์บางรายประเมินว่า Bitcoin อาจต้องลงไปสร้างฐานใหม่แถว 55,000 ดอลลาร์ ก่อนจึงจะมีโอกาสฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง
ตลาดอยู่ในโหมด “ลดความเสี่ยง”
โดยรวมแล้ว บรรยากาศตลาดในปัจจุบันยังอยู่ในช่วงที่นักลงทุนปรับลดความเสี่ยง ซึ่งทำให้ทั้งหุ้นและคริปโตถูกขายพร้อมกัน
นักวิเคราะห์บางรายมองว่า จนกว่าสถานการณ์สงครามจะคลี่คลาย การที่ Bitcoin จะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจนอาจยังเป็นเรื่องยากในระยะสั้น
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า ตลาดยังอยู่ในช่วงปรับฐาน และต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ขึ้นอยู่กับทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในระยะต่อไป
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








