แนวโน้มรายสัปดาห์ของ Bitcoin หลุดเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ส่งสัญญาณขาลงระยะยาว
Bitcoin ปิดแท่งเทียนรายสัปดาห์ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 EMA เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 ทำให้แนวโน้มขาขึ้นที่ดำเนินมายาวนานกว่า 30 เดือนสิ้นสุดลง และอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าราคามีโอกาสทำจุดต่ำใหม่

Bitcoin ปิดแท่งเทียนรายสัปดาห์ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 EMA เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 ทำให้แนวโน้มขาขึ้นที่ดำเนินมายาวนานกว่า 30 เดือนสิ้นสุดลง และอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าราคามีโอกาสทำจุดต่ำใหม่
ราคาของ Bitcoin ปิดแท่งเทียนรายสัปดาห์ต่ำกว่า เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ (EMA) ที่ระดับประมาณ $67,628 ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 882 วัน นับตั้งแต่แนวโน้มขาขึ้นเริ่มต้นในช่วงปลายปี 2023
เส้นค่าเฉลี่ยนี้มักถูกมองว่าเป็น “เส้นแบ่งระหว่างช่วงขาขึ้น” กับ “ช่วงปรับฐานลึก” ของ Bitcoin ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการวัดแนวโน้มระยะยาวของตลาด
นักวิเคราะห์ชื่อ Rekt Capital กล่าวบนแพลตฟอร์ม X ว่า
“การปิดต่ำกว่าเส้นนี้หมายความว่า EMA ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นแนวรับได้อีกแล้ว และอาจกลายเป็นแนวต้านใหม่ในรอบการฟื้นตัวถัดไปของราคา”
สถิติย้อนหลังชี้ Bitcoin อาจใช้เวลาฟื้นตัวนานหลายเดือน
ข้อมูลในอดีตแสดงให้เห็นว่า ทุกครั้งที่ Bitcoin หลุดลงต่ำกว่าเส้น EMA 200 สัปดาห์ ราคาจะใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง เช่น ปี 2018 ใช้เวลาประมาณ 14 สัปดาห์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมายืนเหนือเส้น EMA ช่วง โควิด มีนาคม 2020 ใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์ และ ปี 2022 ราคาก็ลงมาอยู่ต่ำกว่าเส้นนี้นานเกือบ 30 สัปดาห์
โดยเฉลี่ยแล้ว Bitcoin มักใช้เวลาราว 17–18 สัปดาห์ เพื่อกลับมายืนเหนือแนวโน้มระยะยาวนี้ได้อีกครั้ง
สัญญาณเชิงพฤติกรรมสะท้อนแรงซื้อระยะยาวเริ่มชะลอ
นักวิจัย Axel Adler Jr. ชี้ว่า ตัวชี้วัด “Liveliness” ที่ใช้วัดอัตราส่วนของจำนวนวันที่เหรียญถูกถือครองเทียบกับวันที่เหรียญถูกเคลื่อนไหว เริ่มลดลงต่อเนื่องหลังจากแตะจุดสูงสุดในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นช่วง Bitcoin ทำจุดสูงสุดใหม่ใกล้ $126,000
ขณะนี้ค่าของ liveliness อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 และ 90 วัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากิจกรรมการเคลื่อนเหรียญของนักลงทุนลดลงและเกิด “การถือครองระยะยาว” มากขึ้น สถานการณ์ลักษณะนี้ในอดีต เช่น ปี 2020 และ 2022 มักนำไปสู่ช่วงการสะสมราคาที่ยาวนาน 1–2 ปี
กล่าวอีกนัยหนึ่ง การลดลงของ liveliness สะท้อนภาวะ “ตลาดชะลอตัว” ที่ต้องใช้เวลาสะสมพลังเพื่อกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง
โซน $42,000–$55,000 ถูกจับตาเป็นแนวรับสำคัญ
ข้อมูลจาก Glassnode ยังระบุว่า Realized Price ของ Bitcoin ซึ่งคือเฉลี่ยต้นทุนการถือครองของเหรียญทั้งหมด อยู่ที่ราว $55,000 ส่วน Shifted Realized Price ซึ่งสะท้อนมุมมองระยะยาว อยู่ที่ประมาณ $42,000
พื้นที่ระหว่าง $42,000 ถึง $55,000 จึงถูกมองว่าเป็น “โซนการเก็บสะสม” ที่นักลงทุนระยะยาวเข้าซื้อในทุกรอบตลาดตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา โดยในอดีต Bitcoin มักใช้เวลาสะสมในกรอบนี้ราว 6–8 เดือน ก่อนจะเริ่มแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
การหลุดเส้นแนวโน้มสำคัญของ Bitcoin ในรอบนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากราคายังไม่สามารถกลับมายืนเหนือเส้น EMA 200 สัปดาห์ ได้ในระยะสั้น ความเสี่ยงที่ราคาจะลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ $55,000–$42,000 ยังคงมีอยู่ แต่ในมุมมองทางสถิติ ช่วงนี้ก็มักเป็น “จุดเริ่มต้นของการสะสมพลังรอบใหม่” ก่อนรอบตลาดขาขึ้นถัดไปเช่นกัน
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








