ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

อิหร่านเล็งเก็บค่าผ่านช่องแคบ Hormuz เป็น Bitcoin หลังดีลหยุดยิงสหรัฐ

อิหร่านเล็งเก็บค่าผ่านช่องแคบ Hormuz เป็น Bitcoin หลังดีลหยุดยิงสหรัฐ

อิหร่านอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบ Hormuz เป็น Bitcoin ที่ $1 ต่อบาร์เรล ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

อิหร่านกำลังพิจารณามาตรการใหม่ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ใช้เส้นทางผ่านช่องแคบ Hormuz โดยมีรายงานว่าอาจเรียกเก็บในรูปแบบของ Bitcoin หลังจากมีความคืบหน้าในข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

รายงานจาก Financial Times ระบุว่า ภายใต้แนวคิดดังกล่าว เรือบรรทุกน้ำมันที่ไม่มีสินค้า จะสามารถผ่านช่องแคบได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่เรือบางประเภทจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในอัตรา $1 ต่อบาร์เรลของน้ำมันที่บรรทุกมา และชำระเป็น Bitcoin

( ที่มา : Financial Times )
( ที่มา : Financial Times )

Hamid Hosseini โฆษกของสหภาพผู้ส่งออกน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมีของอิหร่าน ระบุว่า ทางการจะทำการตรวจสอบเรือแต่ละลำในช่วง 2 สัปดาห์ของการหยุดยิง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการขนส่งอาวุธ พร้อมเสริมว่าหลังจากการประเมินเสร็จสิ้น เรือจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการชำระเงินด้วย Bitcoin

เหตุผลสำคัญของการเลือกใช้คริปโตคือความสามารถในการหลีกเลี่ยงการติดตามหรือการอายัดทรัพย์สินจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ซึ่งยังคงส่งผลต่อเศรษฐกิจอิหร่านอย่างต่อเนื่อง

ความตึงเครียดกระทบเส้นทางพลังงานโลก

ก่อนหน้านี้ เส้นทางผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ได้รับผลกระทบอย่างหนักหลังการโจมตีทางอากาศระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ทำให้เรือจำนวนมากไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ขณะที่ตลาดคริปโตเผชิญความผันผวน โดยราคา Bitcoin ในขณะนั้นแกว่งตัวในช่วง $65,000 ถึง $75,000

ข้อตกลงหยุดยิงยังมีเงื่อนไข

ก่อนหน้านี้ Donald Trump ได้ประกาศว่าทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พร้อมเปิดช่องแคบ Hormuz ให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม สื่อของอิหร่านรายงานว่ารัฐบาลได้เสนอเงื่อนไข 10 ข้อให้กับสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการคงอำนาจควบคุมช่องแคบและการยุติมาตรการคว่ำบาตร

แนวคิดการใช้ Bitcoin ในการชำระค่าธรรมเนียมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอิหร่าน เนื่องจากก่อนเกิดความขัดแย้ง ประเทศได้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางการเงิน

ข้อมูลจาก Elliptic ระบุว่า ธนาคารกลางอิหร่านเคยถือครอง Stablecoin มูลค่ากว่า $500 ล้าน ขณะที่ TRM Labs ประเมินว่ามีคริปโตไหลเวียนในอิหร่านสูงถึง $3.7 พันล้านในช่วงปี 2025

แนวคิดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่าน Bitcoin สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของคริปโตในเวทีภูมิรัฐศาสตร์ และอาจเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาสำคัญของการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ในระบบเศรษฐกิจจริงท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

อ้างอิง : Cointelegraph

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

Bitcoin มีลุ้นแตะ $90K หลังแรงซื้อพุ่งบน Binance หนุนแนวโน้มขาขึ้น
Stablecoin บน Ethereum พุ่งแตะ $1.8 แสนล้าน ทำจุดสูงสุดใหม่ นักวิเคราะห์ชี้อาจดึงเงินไหลเข้าอีกมหาศาล
Bitcoin พุ่งแตะ $72K หลังสหรัฐ–อิหร่านตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์
Grayscale ชี้ภัย Quantum ของ Bitcoin อาจเป็นปัญหาของชุมชน มากกว่าปัญหาทางเทคนิค