ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

Bitcoin ร่วงแตะ $70,600 ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่ง หลังสหรัฐประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ

Bitcoin ร่วงแตะ $70,600 ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่ง หลังสหรัฐประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ

Bitcoin ร่วงแตะ $70,600 ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งแรงหลัง Donald Trump ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ จากความล้มเหลวในการเจรจากับอิหร่าน สะท้อนแรงกดดันตลาดจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ แม้ BTC ยังให้ผลตอบแทนเหนือหุ้นและทองคำตั้งแต่สงครามเริ่มต้น

ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดที่ 70,623 ดอลลาร์ในวันอาทิตย์ หลังสหรัฐประกาศปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านล้มเหลว

Donald Trump ออกมายืนยันผ่าน Truth Social ว่าสหรัฐจะดำเนินมาตรการปิดกั้นช่องแคบดังกล่าว พร้อมระบุว่าสาเหตุที่การเจรจาล่มเกิดจากอิหร่านไม่ยอมยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเขามองว่าเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด

แรงขายยังคงไหลเข้ามาต่อเนื่องเมื่อเข้าสู่ช่วงเปิดตลาด Futures ของสหรัฐ ส่งผลให้ราคาลดลงต่อไปที่ 70,623 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นถึง 9.5% แตะระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงหลังตลาดเปิด สะท้อนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ( ที่มา : TradingView )
การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ( ที่มา : TradingView )

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านเกี่ยวกับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันราว 20% ของโลก ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบการเงินทั่วโลกในช่วงหกสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดพลังงานที่มีความผันผวนสูงสุดนับตั้งแต่เหตุการณ์สงครามรัสเซียยูเครน

แม้ก่อนหน้านี้จะมีการประกาศหยุดยิงชั่วคราว แต่อิหร่านยังคงเรียกร้องให้สหรัฐชดเชยความเสียหายจากสงครามและปลดล็อกทรัพย์สินทางการเงินที่ถูกอายัด ซึ่ง Trump ไม่ได้กล่าวถึงโดยตรง และเลือกชี้ไปที่ประเด็นนิวเคลียร์เป็นหลัก

ผู้นำสหรัฐยังประณามการใช้ทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือและความพยายามเรียกเก็บค่าผ่านทางของอิหร่านว่าเป็น “การรีดไถ” พร้อมสั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐสกัดกั้นเรือที่ยอมจ่ายเงินให้อิหร่าน และทำลายทุ่นระเบิดในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม แม้จะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้ง Bitcoin ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 7.4% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และยังสามารถให้ผลตอบแทนดีกว่าสินทรัพย์อย่าง S&P 500 และทองคำในช่วงเวลาเดียวกัน

ภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่า แม้ Bitcoin จะยังคงถูกกดดันจากปัจจัยมหภาคและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นในช่วงวิกฤตเดียวกัน

อ้างอิง : Cointelegraph

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

Bitcoin ETF สหรัฐฯ เงินไหลออกหนัก 635 ล้านดอลลาร์ หลังราคา Bitcoin เกือบหลุด 80,000 ดอลลาร์
หุ้น STRC ของ Strategy ทำสถิติซื้อขายสูงสุดแตะ 1.5 พันล้านดอลลาร์ หนุนแผนสะสม Bitcoin ต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์จับตา “Altcoin Season” อาจเริ่มแบบเงียบ ๆ หลังหลายสัญญาณเริ่มกลับมาเป็นบวก
XRP เริ่มกลับมาคึกคัก นักวิเคราะห์มองแรงซื้อสถาบันหนุนราคา มีลุ้นขาขึ้นรอบใหม่หลัง ETF มีเงินไหลเข้าสูงสุดตั้งแต่มกราคม