ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

ธนาคารอังกฤษเผย! คริปโตยังมีคุณสมบัติไม่พอ ที่จะมาแทนระบบการเงินปัจจุบัน - เพราะ?

ผู้ว่าการธนาคารอังกฤษ มองคริปโตยังมีข้อจำกัด

ผู้ว่าธนาคารอังกฤษมอง! คริปโตยังไม่สามารถมาแทนที่ระบบการเงินแบบเดิมได้ - เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องนี้

Table of contents

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา Andrew Bailey ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ ได้ปล่อยรายงาน ในหัวข้อ 'New prospects for money' โดยได้กล่าวถึงสินทรัพย์คริปโตอย่าง Bitcoin และ stablecoins ยังมีข้อจำกัดบางอย่าง ที่ทำให้ยังไม่สามารถถูกนำมาใช้งานได้ในระบบการเงินในโลกความเป็นจริง

ข้อจำกัด

Bailey อธิบายว่าทั้ง Bitcoin และ Stablecoin ต่างไม่มีมูลค่าที่แท้จริง และมีความผันผวนสูง จึงเหมาะแก่การเก็งกำไรเพียงเท่านั้น โดยเสริมว่าถึงแม้ Stablecoin จะถูกนำมาใช้ทำธุรกรรมในโลกคริปโตจริง แต่มันยังไม่มีคุณสมบัติหรือมาตรฐานที่ปลอดภัยมากพอ ที่จะใช้งานได้ในระบบการเงินในโลกจริง

อย่างไรก็ตาม Bailey มองว่า ฟีเจอร์อย่าง Smart Contract ในระบบสกุลเงินดิจิทัลมีศักยภาพมากพอที่จะได้รับการพัฒนาจนสามารถผ่านมาตรฐานในระบบการเงินจริงได้ในอนาคต

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

อุตสาหกรรมคริปโตจับตา MiCA 2.0 ยุโรปเตรียมปรับกฎ Stablecoin และ DeFi หวังเพิ่มความชัดเจนด้านกฎระเบียบ
Bitcoin จ่อทดสอบจุดต่ำสุดใหม่ของปี 2026 แต่ข้อมูลตลาดชี้แรงขายอาจใกล้หมดรอบ
Ether เสี่ยงเผชิญแรงขายระลอกใหม่ หลังราคา ETH ยังไม่สามารถฝ่าแนวต้าน 1,700 ดอลลาร์ได้
Bitcoin เสี่ยงหลุด 60,000 ดอลลาร์ หลังราคาเริ่มแยกทางหุ้นเทค ขณะที่เม็ดเงินไหลเข้าสู่ AI