Yoshihide Suga นักการเมืองวัย 71 ปีที่ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังจากที่ได้มีการลงคะแนนเสียงให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่นในวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา ภายหลังคำแถลงการณ์ของนาย Shinzo Abe เมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งได้ระบุถึงสาเหตุการลาออกของเขาเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ

Shinzo Abe อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น

หลังจากดำรงตำแหน่ง คุณ Suga ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะชนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล แต่ท่าทีของเขาที่มีต่อข้อเรียกร้องการเก็บภาษีสินทรัพย์ Crypto อาจพิสูจน์ให้เห็นถึงความคิดเห็นที่แท้จริงของเขา

จุดยืนที่ต่างจากผู้นำท่านก่อน

Suga ดำรงตำแน่งหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในช่วงที่ Mt. Gox บริษัทแลกเปลี่ยน Crypto ของญี่ปุ่นนั้นตกต่ำและเกิดการแฮ็กเงินมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ Coincheck ผู้ให้บริการซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลในปี 2018 โดยเขานั้นมีความเห็นที่แตกต่างจากนาย Abe ในด้านการเรียกเก็บภาษีคริปโตโดยสิ้นเชิง แม้ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขาจะได้ทำการเปลี่ยนความเห็นของเขาในบางส่วนแล้วก็ตาม แต่นายกรัฐมนตรีในอนาคตท่านนี้ได้เคยระบุไว้ว่าการทำธุรกรรม Bitcoin (BTC) นั้นควร “เสียภาษี”

Yoshihide Suga นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ่น และหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย
“โดยปกติแล้ว หากมีการทำธุรกรรม และได้รับผลกำไรในภายหลังนั้น เป็นธรรมดาที่ทางกระทรวงการคลังจะต้องพิจารณาว่าสามารถเรียกเก็บภาษีด้วยวิธีใดได้บ้าง”

Suga กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2014

อิทธิพลทางการเมืองที่มาจาก Suga ในด้านการปรับเปลี่ยนกฏหมายภาษีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นอาจส่งผลต่อการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัลภายในประเทศญี่ปุ่น

แม้วิสัยทัศน์ต่างแต่ทิศทางจะไม่แปรเปลี่ยน

ตามกฏหมายภาษีเงินได้ของประเทศญี่ปุ่นแล้วผลประกอบการของ Crypto ในปัจจุบันถูกจัดเป็นเงินได้ประเภท Miscellaneous Income หรือ เงินได้อื่น ๆ และได้ถูกเรียกเก็บภาษีที่ 55% ในประเทศ ซึ่งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาสมาคม Japan Virtual Currency Exchange Association และสมาคม Japan Cryptocurrency Business Association ได้ยื่นข้อเสนอให้ลดอัตราการเก็บภาษีลงเหลือ 20% โดยเรียกร้องให้เริ่มต้นข้อเสนอดังกล่าวให้เร็วที่สุดภายในปี 2021 ที่กำลังจะถึง ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวระบุว่าการเก็บภาษี Crypto ในประเทศอาจเป็นอุปสรรคขัดขวางข้อได้เปรียบในอนาคตของประเทศญี่ปุ่นที่มีต่อประเทศคู่แข่งก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ในคำแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนของ Yasuo Matsudaนักยุทธศาตร์อาวุโสแห่ง FXCoin กล่าวว่า เขาคิดว่าการลาออกของ Abe “จะไม่ส่งผลกระทบร้ายแรง ต่อตลาด Crypto ในประเทศ

Abe ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศได้ยอมรับ Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ ในฐานะของเงินรูปแบบหนึ่ง ซึ่งในที่สุดก็ได้มีจัดตั้งกรอบการกำกับดูแลสำหรับ Crypto

หลังจากผ่านพ้นปี 2019 สภาผู้แทนราษฎรเริ่มบังคับให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน หรือ Payment Services Act (PSA) และกฎหมายว่าด้วยตราสารทางการเงินและตลาดหลักทรัพย์ หรือ Financial Instruments and Exchange Act (FIEA) เนื่องจาก ณ ขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายอย่างเป็นทางการในการควบคุมคริปโตในญี่ปุ่น ซึ่งการแก้ไขกฎระเบียบที่มีอยู่จึงเป็นวิธีเดียวที่สามารถำให้สินทรัพย์ดิจิทัลมีสถานะทางกฎหมายในประเทศ

ก่อนที่อดีตนายกรัฐมนตรีจะทำการลาออกนั้น เขาได้กล่าวว่าเขาต้องการ “พุ่งเป้าความสนใจ” ไปที่เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่อย่าง Blockchain ในการประชุมคณะกรรมการงบประมาณปี 2019 คุณ Abe กล่าวว่าเทคโนโลยีนี้ “ทำให้การพัฒนาของธุรกิจด้าน IT และด้านการเงิน เช่น Cryptocurrencies มีศักยภาพที่ดีในการปรับปรุงด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในหลากหลายด้าน”