Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

ชาวอเมริกันลงทุนบิทคอยน์ในปีนี้มากขึ้น งานวิจัยกล่าว

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ชาวอเมริกันลงทุนบิทคอยน์มากขึ้น สะท้อนสัญญาณแนวโน้มของตลาดคริปโตที่ยังคงร้อนแรงต่อไป

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ชาวอเมริกันลงทุนบิทคอยน์

เวลานี้นักลงทุนรุ่นใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มให้ความสนใจในการลงทุน Bitcoin มากขึ้น สอดคล้องกับการสำรวจโพลที่จัดทำขึ้นโดย Gallup Investor Optimism Index

ชาวอเมริกันลงทุนบิทคอยน์มากขึ้น

เมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อนหน้านี้ นักลงทุนรุ่นใหม่ยังไม่ค่อยสนใจกับการลงทุนในบิทคอยน์มากนัก ในปีนี้ได้มีการสำรวจโพลใหม่อีกครั้ง คราวนี้มีการสำรวจผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,037 คนและพบว่านักลงทุนชาวอเมริกัน 6 % ได้ถือบิทคอยน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

งานวิจัยนี้ได้มีการตีพิมพ์โดย Gallup ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดทำแบบสำรวจและวิเคราะห์ โดยคราวนี้ทางบริษัทได้มีการสำรวจการลงทุนบิทคอยน์ ซึ่งทางบริษัทพบว่า นักลงทุนรุ่นใหม่มีเพิ่มมากกว่าคนรุ่นก่อน

Man Holding Black Smartphone With Flat Screen Monitor In Front

ย้อนอดีตกลับไปปี 2018 นั้น พบว่ามีเพียงนักลงทุน 2 % เท่านั้นที่ยอมรับว่า ตนได้ถือเหรียญบิทคอยน์แล้ว โดยชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่กล่าวว่า พวกเขาได้ลงทุนในส่วนของตราสารหนี้กับพันธบัตร

ส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง

นอกจากนั้นแล้วนักวิจัยของ Gallup ได้กล่าวว่า คนรุ่นใหม่เริ่มมีการลงทุนมากขึ้น พวกเขากล่าวว่า คนรุ่นใหม่ในช่วงวัย 18-49 ปีมีการลงทุนมากขึ้น ในขณะที่นักงทุนวัย 50 ปีหรือมากกว่านั้นมีสัดส่วนการลงทุนที่น้อยลง

ในรายงานพบว่า นักลงทุน 8 % มีการลงทุนด้วยเงินมากกว่า $100,000 และ 6 % มีการลงทุนประมาณ $100,000 หรือมากกว่านั้น เช่นกันทาง Gallup พบว่า นักลงทุนผู้ชายมีเพิ่มมากกว่านักลงทุนผู้หญิงถึง 3 เท่าในสัดส่วนการลงทุนในตลาดบิทคอยน์ ในขณะที่นักลงทุนผู้ชาย 11 % กับผู้หญิงอีก 3 % เป็นผู้ถือเหรียญไปเรียบร้อยแล้ว

งานวิจัยกล่าวว่า ผู้ถือบิทคอยน์สามารถเทียบได้กับนักลงทุนในหุ้นหรือกองทุนได้ โดย 84 % ของผู้ตอบนั้นได้ลงทุนหุ้นหรือไม่ก็กองทุน ในขณะที่ 67 % ได้ถือตราสารหนี้แล้ว นักวิจัยได้กล่าวว่า การลงทุนในบิทคอยน์มีความคล้ายคลึงกับทองคำ ซึ่งนักลงทุนมีบิทคอยน์ 11 % ของพอร์ต ในขณะที่ผู้ตอบ 50 % ได้ถือพันธบัตรเอาไว้

Read more about: