มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนเหรียญ Ethereum จากปริมาณทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาดนั้นไม่มีความเคลื่อนไหวมามากกว่า 1 ปีแล้ว โดยมี Ether (ETH) เพียง 39.6% เท่านั้นที่ถือโอนย้าย หรือได้เปลี่ยนมือผู้ถือครองภายในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา

เหล่านักลงทุนกำลังรอคอย ETH 2.0

ตามกราฟ “hodlwaves” ของทางบริษัท Glassnode ได้ชี้ให้เห็นถึงการจัดอันดับสถานการณ์เศรษฐกิจ (Velocity) ในการทำธุรกรรมรูปแบบ On-Chain ซึ่งล่าสุดพบว่ามี Ether ประมาณเพียง 28% เท่านั้นที่เกิดการเคลื่อนไหวในช่วงระหว่าง 12 ถึง 24 เดือนที่ผ่านมา

ข้อมูลจากกราฟยังบ่งชี้ว่าเหล่านักกลงทุนที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อตลาด หรือที่รู้จักกันในนามของวาฬ (whales) จำนวนมากได้ใช้ช่วงเวลาในปี 2019 ไปกับการสะสมหุ้น Ether ไว้ล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวรอการยกระดับโครงการ ETH 2.0 ที่คาดว่าจะได้เริ่มต้นเฟส 0 ภายในเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถเดิมพันกับ Ether ของพวกเขาได้เป็นครั้งแรก

นอกจากนี้เรายังได้ทราบถึงจำนวนโทเค็นราว 20% ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ แม้แต่น้อยนับตั้งแต่ก่อนเดือนตุลาคมปี 2017 หรือคิดเป็นเวลาทั้งสิ้น 3 ปี โดยนักวิเคราะห์กำลังเฝ้าดูว่าเปอร์เซ็นต์ที่เหรียญเหล่านั้นจะถูกล็อกเพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย หรือ Staking ไปพร้อมกับการเปิดตัวเฟส 0 ด้วยหรือไม่

ทวิตเตอร์ของ Anthony Sassano ระบุว่า

“กว่า 60% ของ ETH ทั้งหมด ยังคงไม่มีการเคลื่อนไหวมาเป็นระยะเวลามากกว่า 1 ปีแล้ว”
“โครงการ ETH 2.0 เฟส 0 ที่กำลังจะมาถึงมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างมากที่จะได้เห็นว่าเปอร์เซ็นต์ของโทเค็นจะลดลงอีกเท่าไหร่ เมื่อเครือข่าย Ethereum ดังเดิมได้เปลี่ยนจากการสะสมมาเป็นการ Staking แทน”
“ผมอยากรู้ว่าจะมีเหรียญใดบ้างในอีก 5 ปีข้างหน้าที่จะเปลี่ยนตาม”

การพัฒนาของ ETH กำลังจะจุดประกายแก่เศรษฐกิจ

การเปิดตัวของเฟส 0 ที่ใกล้เข้ามาทุกทีนั้นดูเหมือนว่าจะจุดประกายให้สถานการณ์เศรษฐกิจ (Velocity) ในการทำธุรกรรมโอนเงินรูปแบบ On-Chain ระยะสั้นนั้นเพิ่มขึ้น พร้อมกับหุ้นของ Ether ที่ได้เคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาจากต่ำกว่า 0.5% ในระหว่างเดือนมกราคม และเดือนกุมภาพันธ์ไปมากกว่า 1% ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ส่วนในเดือนกรกฎาคม และเดือนกันยายน สถานการณ์เศรษฐกิจรายสัปดาห์ก็ได้เพิ่มจาก 1.5% ในช่วงต้นปีไปสู่ 5% ในขณพที่การทำธุรกรรมรายเดือน และในแต่ละไตรมาสก็ดูเหมือนว่าตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมามีแนวโน้มค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

ในทางตรงกันข้ามสถานการณ์เศรษฐกิจในการทำธุรกรรมบนรูปแบบ On-Chain ของ Bitcoin (BTC) ลดลงอย่างมากตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ลดอัตราการเกิดใหม่ของเงินดิจิทัลลงครึ่งหนึ่ง หรือ halving hype และเหตุการณ์ "พฤหัสทมิฬ” (Black Thursday) (ภาวะการซื้อขายหุ้นถูกเทขายจนมีมูลค่าตำต่ำที่สุด) ที่ทำให้หุ้นตกลงในเดือนมีนาคมปี 2020 ด้วยอัตราการโอนเงินรายสัปดาห์จากเกือบ 6% ของอุปทานในเดือนกุมภาพันธ์ตกลงไปอยู่ระหว่าง 3.5% และ 4% ในเดือนกันยายน