Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

เชื่อผมสิ! นักวิเคราะห์มองบิทคอยน์ยังคงเป็นทิศทางขาขึ้นอยู่

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

นักวิเคราะห์มองบิทคอยน์และ eth ว่า ตอนนี้เหรียญทั้งสองกำลังเข้าสู่ขาขึ้นอย่างเต็มตัวแล้ว

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
นักวิเคราะห์มองบิทคอยน์

Mike McGlone นักวางแผนกลยุทธ์อาวุโสของ Bloomberg Intelligence ได้เอามาวิเคราะห์ทิศทางราคาบิทคอยน์และราคา ethereum เอาไว้อย่างน่าสนใจ

นักวิเคราะห์มองบิทคอยน์และ ethereum เข้าสู่ภาวะกระทิง

เขากล่าวว่า ตอนนี้ราคาบิทคอยน์กำลังเข้าสู่ภาวะกระทิง ซึ่งคาดว่ามีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นถึง $1 แสนได้ในอนาคต แม้ว่าไม่กี่วันมานี้ราคาบิทคอยน์จะมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงก็ตาม

Gold Round Coin On White Surface

นักวางกลยุทธ์การเทรดสินค้าโภคภัณฑ์มองว่า ตอนนี้สินทรัพย์คริปโตกำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัวและกำลังเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ภาวะกระทิง ทั้งบิทคอยน์และ ethereum นั้นมีโอกาสเข้าสู่ภาวะขาขึ้นอย่างร้อนแรง โดยที่ราคาเหรียญ ethereum นั้นจะสามารถปรับเพิ่มขึ้นที่ $5 หมื่นได้ ส่วนราคาบิทคอยน์นั้นจะปรับเพิ่มขึ้นที่ $1 แสน

เขาชี้ว่า หากมาดูราคาทองคำกับราคาพันธบัตรนั้น จะเห็นได้ว่า มีความร้อนแรงไม่เท่าเมื่อเทียบกับราคาบิทคอยน์และ ethereum

ชี้เหตุผลที่ทำไมทั้งสองเหรียญถึงปรับขึ้น

เหตุผลสำคัญนั้น ทาง Mike McGlone กล่าวว่า การที่เหรียญ ethereum ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น มาจากการขาดแคลนของอุปทานและมีอุปสงค์ความต้องการเหรียญมากขึ้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ตัวเหรียญ ethereum เองมีก็บทบาทสำคัญสำหรับ NFT ที่ได้ประโยชน์จากภาวะขาขึ้น

หากพูดถึงความเป็นไปได้ที่เหรียญ ethereum จะเป็นขาลงหลังจากที่ได้มีการเผาเหรียญในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เขากล่าวว่าในช่วง 52 สัปดาห์นั้น ถือเป็นครั้งแรกที่เหรียญ ethereum มีการปรับตัวลดลงเพียงแค่ 4 % เท่านั้น

ในส่วนมุมมองเกี่ยวกับบิทคอยน์นั้น เขายังคงมองว่ามีความเป็นไปได้ที่บิทคอยน์จะปรับเพิ่มขึ้นหลังจากผ่านพ้นปีแห่งการขุดเหรียญแล้ว ตอนนี้ภาวะกระทิงยังคงอยู่ในเส้นทางของตลาดคริปโตอยู่ และตอนนี้สินทรัพย์คริปโตกำลังมีแนวโน้มภาพรวมที่ดูดี

สอดคล้องกับสถานการณ์เวลานี้ที่ราคาบิทคอยน์รับลูกขาลงหลังจากที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ได้ประกาศให้ประชาชนในประเทศสามารถใช้บิทคอยน์ได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งทิศทางราคาจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องติดตามกันต่อไป

Read more about: