การดำเนินธุรกรรมแบบไร้ร่องรอย

การดำเนินธุรกรรมบนเครือข่าย Blockchain ในปัจจุบันนั้น ผู้ใช้งานมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ให้บริการไปจนถึงตัวเลือกของประเภทสื่อกลางในการดำเนินธุรกรรม (เหรียญประเภทต่าง ๆ) โดยหากผู้ใช้งานต้องการความเป็นส่วนตัวในการดำเนินธุรกรรมที่สูงมาก ผู้ใช้งานก็สามารถเลือกใช้งานเครือข่ายที่ไม่ทิ้งร่องรอยในการทำธุรรรมของผู้ใช้เลยอย่างเช่นการใช้เหรียญ Monero หรือแม้แต่การทำธุรกรรมบนเครือข่าย Blockchain ในชั้นที่สอง (Second Layer) อย่างเครือข่าย Lightning Networkเป็นต้น

ตัวเลือกการดำเนินการเหล่านี้แม้ว่าจะช่วยให้ผู้ใช้งานมีอิสระในการดำเนินธุรกรรมมากขึ้น แต่กลับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากภาครัฐฯ โดยเฉพาะการตรวจสอบการดำเนินการที่ผิดกฎหมายและการให้การสนับสนุนกิจกรรมนอกกฎหมายต่าง ๆ ดังนั้นแล้วทางฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐฯซึ่งมีหน้าที่ในการสอดส่องและควบคุมดูแลกิจกรรมเหล่านี้จึงพบกับปัญหาใหม่ที่มาพร้อมกับการพัฒนาด้านความเป็นส่วนตัวของวงการคริปโต ซึ่งการแกะรอยเหรียญข้างต้นนั้นไม่ง่ายเหมือนกับเหรียญหลักอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum

การเคลื่องไหวจากฝั่งสหรัฐฯ

เนื่องจากความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นนี้เองทำให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ Internal Revenue Service (IRS) นั้นได้เริ่มมีการเคลื่อนไหวเพื่อให้ทันต่อการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากเครื่องมือดังกล่าว โดยล่าสุดนั้นได้มีการประกาศเพื่อหาบริษัทมาช่วยแก้ไขปัญหาด้านการแกะรอยและตรวจสอบธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายของเหรียญ Monero และเครือข่ายชั้นที่สองของ Bitcoin อย่าง Lightning Network

โครงการดังกล่าวของ IRS นั้นได้มีการกำหนดงบประมาณสำหรับผู้ที่จะเข้ามารับดำเนินการสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ โดยได้มีเป้าหมายทั้งหมดสามประการที่ผู้ดำเนินการจะสามารถให้คำตอบแก่ทาง IRS ได้คือ พวกเขาจะต้องหาเครื่องมือที่จะแกะรอยธุรกรรมที่เกิดขึ้นจากการป้อนเข้าและส่งออกของข้อมูลได้ พวกเขาจะต้องหาเครื่องมือในการช่วยคาดการณ์ทางสถิติถึงกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นได้และพวกเขาจะต้องสร้างระบบที่ทาง IRS สามารถที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดได้

อีกหนึ่งข้อสังเกตจากการประกาศดังกล่าวคือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องมือที่ทาง IRS ได้รับจากบริษัทอย่าง CipherTrace ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการส่งมอบเครื่องมือจากบริษัทดังกล่าวเพื่อช่วยฝั่งรัฐบาลในการติดตามตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย Monero ก่อนแล้ว เมื่อได้มีการประกาศหาบริษัทเข้ารับงานดังกล่าวอีกครั้งจึงเป็นที่สงสัยว่าเครื่องมือชิ้นก่อนของทาง CipherTrace นั้นอาจใช้งานไม่ได้อย่างที่ต้องการนั่นเอง