Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

อินเดียมีแพลนที่จะร่างโมเดลธนาคาร CBDC ในช่วงปลายปีนี้

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

อินเดียมีแพลนที่จะจัดตั้งธนาคาร CBDC คาดว่า ปลายปีนี้จะเห็นทิศทางการก่อตั้ง

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
อินเดียมีแพลน

รองผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งประเทศอินเดียหรือ (RBI) ได้กล่าวว่า ธนาคารควรที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบธนาคารกลางสกุลเงินดิจิทัลหรือ CBDC ในช่วงปลายปีนี้

อินเดียมีแพลนเดินหน้าทำสกุลเงินดิจิทัลแล้ว

ซึ่งเวลานี้ต้องยอมรับว่า กระแสข่าวเกี่ยวกับการเปิดตลาดซื้อขายคริปโตกับสกุลเงินดิจิทัลของอินเดียนั้น ถือเป็นที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนทั่วโลก

โดย T.Rabi Sankar รองผู้ว่าการธนาคารกลางของอินเดียได้มีการเปิดเผยว่า ทางธนาคารอาจมีการออกแบบธนาคารกลางสกุลเงินดิจิทัลในช่วงปลายปี ตามที่ได้มีการหารือกับทางคณะกรรมการนโยบายทางการเงินสมัยใหม่หรือ MPC

Flag Hanging On Pole

เขากล่าวว่า ตอนนี้เทคโนโลยีมีการพัฒนาการอย่างรวดเร็วมากและทำให้ภาคธุรกิจมีทางเลือกที่จะเอาเทคโนโลยีตรงนี้มาประยุกต์ใช้ และด้วยเหตุนี้มันเป็นเรื่องยากที่จะกำหนดวันเวลาได้ แต่พวกเราสามารถออกแบบโมเดลเทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ช้านี้ ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณช่วงปลายปีนี้ก็ได้

เขากล่าวต่อไปว่า ทางที่ประชุมกำลังมีการประเมินและวิเคราะห์ถึงขอบเขตปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี การจัดจำหน่ายและกลไกระบบสกุลเงินดิจิทัล เป็นต้น

กำลังศึกษาขั้นตอน

ที่ผ่านมาเขาได้เปิดเผยว่า ทางธนาคารกลางกำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนการวางแผนกลยุทธ์เพื่อให้ธนาคารสกุลเงินดิจิทัลหรือ CBDC ของประเทศอินเดียประสบความสำเร็จได้อย่างลุล่วง และเช่นกันมีการวิเคราะห์ถึงกรณีตัวอย่างต่าง ๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อระบบธนาคารหรือระบบการเงินของประเทศอินเดีย

สอดคล้องกับรายงานของ 81 ประเทศที่ชี้ว่า ตอนนี้ 90 % ของอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศทั่วโลกหรือ GDP นั้น กำลังมีการเปิดตัวธนาคารสกุลเงินดิจิทัลเป็นของตัวเอง

ขณะเดียวกันทางด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF, องค์กรธนาคารโลกหรือ World Bank และ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศหรือ BIS ได้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ธนาคารสกุลเงินดิจิทัลจะช่วยยกระดับระบบการชำระเงินข้ามประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการพัฒนาระบบระหว่างประเทศร่วมกัน

Read more about: