นักลงทุนทองคำในฮ่องกงจำนวนมากกำลังขนย้ายทองคำออกจากฮ่องกงหลังจากที่รัฐบาลจีนประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2020 โดยกฎหมายความมั่นคงถูกโจมตีอย่างหนักในเรื่องของการลดทอนเสรีภาพในการแสดงออกของชาวฮ่องกง

มีรายงานว่าในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมามีทองคำถูกย้ายออกจากฮ่องกงแล้วกว่า 10 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนทองคำทั้งหมดที่ถูกถือโดยนักลงทุนเอกชน โดยสาเหตุหลักของปรากฎการณ์ดังกล่าวก็เป็นเพราะสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมือง เมื่อชาวฮ่องกงประท้วงการเข้าแทรกแซงของรัฐบาลจีน บรรยากาศทางการเมืองนับวันยิ่งส่งผลต่อบรรยากาศของนักลงทุนทองคำในประเทศ

นักลงทุนทองคำมองว่าการถือทองคำที่เป็นทรัพย์สินจับต้องได้ในพื้นที่เสี่ยงเป็นเรื่องไม่แน่นอน และที่ผ่านมาอัตราการขโมยทรัพย์สินในฮ่องกงครึ่งปีแรกของ 2020 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 47 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของ 2019

“ตอนนี้ลูกค้าหลายรายมองว่าฮ่องกงเป็นพื้นที่ที่อันตรายกว่าที่อื่น”

นาย Joshua Rotbart หัวหน้าบริษัทจำหน่ายทองคำในฮ่องกง J Rotbart & Co กล่าว เขาเสริมว่าตอนนี้ส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนทองคำฮ่องกงจะย้ายทองของตนไปยังสวิตเซอร์แลนด์หรือสิงคโปร์

“นักลงทุนทยอยย้ายทองคำไปยังสิงคโปร์เพราะพวกเขาไม่ชอบความเสี่ยงและความไม่แน่นอน”

นาย Ronan Manly นักวิเคราะห์ชาวสิงคโปร์กล่าวกับนักข่าวว่า

“ความคิดนี้อาจจะกระจายไปในหมู่ประชาชนที่ถือทองคำและทรัพย์สินอื่น ๆ”

ปรากฎการณ์ครั้งนี้ทำให้ทองคำถูกนำเอาเปรียบเทียบกับ Bitcoin ในแง่ของสภาพทรัพย์สิน ทองคำเป็นทรัพย์สินจับต้องได้ที่มีอุปสรรคและค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้าย แต่ในทางตรงกันข้าม Bitcoin เป็นทรัพย์สินที่มีความเลื่อนไหลและสามารถโอนข้ามประเทศได้ในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะฉะนั้น Bitcoin อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในสถานการณ์ของฮ่องกงในปัจจุบัน

แต่ถึงอย่างไรก็ตามราคาของคำก็ยังอยู่ในขาขึ้นครั้งใหญ่ ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมมันสร้างสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์ก่อนที่จะชะลอตัวลงมาเล็กน้อยในวันศุกร์ที่ผ่านมา ในขณะที่ Bitcoin ยังไม่สามารถสร้างสถิติใหม่ได้ แต่ในตอนนี้ราคาของมันขึ้นมาสูงพอสมควรเมื่อพิจารณาว่าใน 30 วันที่ผ่านมามันขึ้นมาจากราคาเดิมถึง 23 เปอร์เซ็นต์ ในปัจจุบันมันอยู่ที่ระดับ 11500 ดอลลาร์

หากสนใจสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้ที่ Decrypt.co