รัฐบาลฮ่องกงกำลังจะเสนอข้อกฎหมายแบนไม่ให้นักลงทุนรายย่อยเทรดคริปโตเคอร์เรนซีและจะต้องให้แพลตฟอร์มเทรดสินทรัพย์เสมือนทั้งหมดนี้ต้องขอใบอนุญาตเพื่อที่จะดำเนินการในเขตพื้นที่ฮ่องกง ผู้คนมองว่าการเสนอข้อกฎหมายเช่นนี้จะทำให้ฮ่องกงสูญเสียการแข่งขันในอุตสาหกรรมคริปโตไปในที่สุด

หน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับบริการทางการเงินของฮ่องกงได้เสนอข้อกฎหมายดังกล่าวไปเมื่อช่วงเดือน พ.ย. ปี 2020 และคาดว่าข้อเสนอดังกล่าวจะผ่านร่างกฎหมายแล้วนำมาบังคับใช้ในปีนี้

ร่างกฎหมายดังกล่าวมีการระบุให้ผู้ให้บริการด้านคริปโตรวมถึง Exchange, ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพยคริปโตจะต้องขอใบอนุญาตในการดำเนินการจากสำนักงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (SFC)ทั้งหมด และผู้ที่จะขอใบอนุญาตจะต้องให้บริการนักลงทุนระดับมืออาชีพเท่านั้น

ฮ่องกงไม่ดึงดูด Startup ด้านคริปโตแล้ว?

การเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวทำให้ผู้คนมองว่าบริษัท Fintech หรือ Startup ด้านคริปโตจะไม่อยากที่จะมาจัดตั้งบริษัทในฮ่องกงเพราะมันมีข้อแม้ว่าจะต้องให้บริการนักลงทุนที่เป็นนักลงทุนมืออาชีพ (Professional Investor) เท่านั้น

การเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวอาจทำให้ฮ่องกงสูญเสียศักยภาพในการแข่งขันในตลาดคริปโตไปเลย และอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการฟอกเงินมากขึ้นเพราะนักลงทุนรายย่อยอาจจะหันไปใช้บริการ Exchange ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตแทน

แต่หน่วยงานกำกับดูแลบริการทางการเงินของฮ่องกงและสำนักบริหารเงินไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นดังกล่าวพร้อมชี้ว่า สำนักงานฯ เป็นสมาชิกของ FATF ซึ่งเป็นหน่วยงานระหว่างรัฐบาลที่กำหนดมาตรฐานสากลในการปราบปรามการฟอกเงินและการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้ายและได้พัฒนาข้อเสนอดังกล่าวตามคำแนะนำของ FATF

ทั้งนี้ข้อเสนอทางกฎหมายมีการระบุให้อำนาจแก่ SFC ในการสร้างเงื่อนไขการออกใบอนุญาตของผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน SFC จะติดตามตลาดและพิจารณาอำนาจหน้าที่ของตนใหม่เมื่อตลาดมีการเติบโตมากขึ้นในอนาคต

นักลงทุนมืออาชีพหมายถึงบุคคลหรือองค์กรที่มีพอร์ตไม่น้อยกว่า 8 ล้านเหรียญฮ่องกงหรือประมาณ 30,939,482.52 บาท แต่มีเพียงประมาณ 7% ของประชากรในดินแดนเท่านั้นที่จะมีเงินเพียงพอที่จะเข้าคุณสมบัติเป็น “นักลงทุนมืออาชีพ” และอีก 93% ที่เหลือจะถูกห้ามไม่ให้ซื้อขายคริปโตภายใต้กฎหมายที่เสนอใหม่ตามรายงานของ South China Morning Post