เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา เหล่าแฮ็กเกอร์ได้ทำการเจาะเข้าไปยังบัญชีของลูกค้าในแพลตฟอร์มของ Robinhood และทำการโจรกรรมผู้ใช้ไปเกือบ 2,000 ราย แต่ทว่าตามการรายงานของ BBC เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมระบุว่า กลุ่ม Darkside ได้โพสต์ใบเสร็จการบริจาคBitcoin ในจำนวน 0.88 BTC ให้กับองค์กรทั้ง 2 แห่ง ซึ่งคิดเป็นเงินมูลค่า 10,000ดอลลาร์สหรัฐให้กับองค์กรการกุศลถึง 2 องค์กรด้วยกัน ซึ่งได้แก่ Children International และ The Water Project

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงประเด็นทางเลือก ความขัดแย้งในด้านศีลธรรม (Moral Dilemma) ขององค์กรการกุศลและความถูกต้องในการบริจาค ซึ่งการกระทำของแฮ็กเกอร์เหล่านี้นั้นอยู่ในจุดก้ำกึ่งระหว่างความถูกต้องและความไม่ถูกต้อง

ทางองค์กรการกุศลระบุว่าจะไม่มีวันนำเงินสกปรกเหล่านี้ไปใช้อย่างแน่นอน

Children International องค์กรระดับโลกที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ชุมชน ครอบครัวและเด็กด้อยโอกาสในหลากหลายประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา, สาธารณรัฐฮอนดูรัส, สาธารณรัฐโดมินิกัน, สาธารณรัฐเอกวาดอร์, สาธารณรัฐอินเดีย, สาธารณรัฐแซมเบีย, สหรัฐเม็กซิโก, สาธารณรัฐโคลอมเบียและสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ได้ออกมายืนยันว่าจะไม่รับ Bitcoin ที่ได้มาจากการบริจาคของกลุ่มแฮ็กเกอร์ Darkside

โดยพนักงานภายในองค์กร Children International ได้กล่าวว่า

“หาก Bitcoin ดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับแฮ็กเกอร์ก็ไม่มีสาเหตุใดที่ทางเราจะต้องเก็บเงินบริจาคเหล่านั้นไว้”

ในทางตรงกันข้าม องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง The Water Project ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาและส่งเสริมให้ผู้คนที่อาศัยแถบภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮารา (Sub-Saharan Africa) สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำที่สะอาด ก็ไม่ได้มีการออกมาตอบโต้ถึงประเด็นการบริจาค BTC ดังกล่าว

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายก็ได้ออกมาแสดงความกังวลถึงการกระทำของเหล่าแฮ็กเกอร์ที่ได้บริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศล โดย Brett Callow นักวิเคราะห์ความเสี่ยงแห่ง Emsisoft บริษัทผู้ให้บริการด้านความมั่นคงบนโลก Cyber ระบุว่า

“ไม่ว่าเหล่าแฮ็กเกอร์จะมีแรงจูงใจอะไร แน่นอนว่าการกระทำที่เกิดขึ้นนั้นผิดปกติและเท่าที่ผมทราบ นี่เป็นครั้งแรกที่แก๊งอาชญากรเรียกค่าไถ่กลุ่มนี้ได้บริจาคผลกำไรส่วนหนึ่งให้กับองค์กรการกุศล”

อาชญากรใช้เครือข่าย Lightning Network

เหล่าแฮ็กเกอร์ Darkside ได้ใช้บริการผ่านเว็บไซต์ “the Giving Block” ของประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อมอบเงินบริจาคให้กับหน่วยงานข้างต้น ซึ่งองค์กรไม่แสวงหากำไรมากกว่า 67 แห่งทั่วโลก เช่น ‘She’s the First’, ‘Rainforest Foundation’ และ ‘Save The Children’ ต่างก็ใช้บริการเว็บไซต์ดังกล่าว

“The Giving Block” เรียกตนเองว่าเป็น “หนทางพิเศษในการรับบริจาคสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่แสวงหาผลกำไร” โดยบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2018 เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ Crypto สามารถบริจาคสกุลเงินดิจิทัล เช่น Bitcoinให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและในขณะเดียวกันลูกค้าก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ทางเว็บไซต์ดังกล่าวได้ออกมาตอบโต้ถึงกรณีดังกล่าวว่าทางบริษัทไม่รู้ว่าเหล่าไซเบอร์แฮ็กเกอร์ได้บริจาคเงินให้แก่หน่วยงาน โดยทางบริษัทชี้แจงว่า “บริษัทของเรายังคงดำเนินการตรวจสอบที่มาของเงินดังกล่าวว่าถูกขโมยมาจริงหรือไม่ หากผลการตรวจสอบพบว่าเงินบริจาคดังกล่าวเป็นเงินที่ถูกขโมยมาจริง ทางเราจะทำการคืนเงินจำนวนนั้นให้กับเจ้าของที่แท้จริงอย่างแน่นอน”

The Giving Block กล่าวเพิ่มเติม

“ความจริงแล้ว การที่เหล่าแฮ็กเกอร์ได้ทำการใช้ Crypto นั้นไม่ได้ทำให้เรื่องต่าง ๆ มันยากขึ้นเลย แต่กลับจะช่วยให้ทางเราจับตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น”