ผู้บริหารบริษัทชื่อดัง Uber ถูกกล่าวหาว่าจ่ายเงินปิดปากมือดีที่ขโมยข้อมูลภายในบริษัทไป เป็นข่าวประเด็นร้อนเผยแพร่ไปทั่วสื่อต่าง ๆ รวมถึงสื่อของ Forbes ด้วยเช่นกัน ซึ่งโฆษกของ Uber ก็ได้ออกมาปฏิเสธกรณีนี้

ผู้บริหาร Uber จ่ายเงินให้แฮ็กเกอร์?

กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ประกาศว่าอดีตประธานเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของ Uber คุณ Joseph Sullivan ได้จ่ายเงินให้กับมิจฉาชีพเพื่อปกปิดว่าข้อมูลของผู้ใช้งานหลายล้านคนและข้อมูลของคนขับถูกแฮ็กประมาณช่วงปี 2016 จนเขาถูกดำเนินคดีอาญาข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

นาย Sullivan ถูกกล่าวหาว่าปกปิดการที่ข้อมูลลูกค้าถูกแฮ็กโดยทำทีว่าจ่ายเงินให้กับผู้ที่ทำภารกิจหาช่องโหว่บนแพลตฟอร์มได้สำเร็จ ซึ่งจากข้อกล่าวหาชี้ว่าจริง ๆ แล้วเงินที่จ่ายไปเป็นการจ่ายให้กับแฮ็กเกอร์ที่มีการขโมยข้อมูลไปแล้ว

โฆษกของบริษัทได้ออกมาแก้ต่างให้กับนาย  Sullivan โดยเขากล่าวว่าการตั้งข้อหาเช่นนี้ไม่สุจริต ทั้งที่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ นอกจากนี้โฆษกยังกล่าวว่ากรณีนี้เป็นการสืบสวนความปลอดภัยของข้อมูลทางไซเบอร์ของบริษัท Uber ที่มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนทำงานในแผนกนี้ รวมถึงนาย Sullivan ด้วย

ข้อมูลผู้ใช้งาน Uber 57 ล้านรายถูกแฮ็ก

รายงานสืบสวนเผยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน Uber กว่า 57 ล้านรายถูกแฮ็ก โดยมีการตั้งข้อหานาย Sullivan ว่าตั้งใจที่จะปกปิดการกระทำแก่คณะกรรมการทางการค้าโดยมีการชักนำว่ามีการจ่ายเงินเป็น Bitcoin มูลค่า $100,000 (฿3,153,500) ให้กับผู้ที่เข้าร่วม “Bug Bounty Program” หรือโปรแกรมหาบั๊คให้กับบริษัท แต่ด้านโฆษกของ Uber ก็ค้านหัวชนฝาพร้อมปกป้องนาย Sullivan จากข้อกล่าวหานี้ด้วย

“ตั้งแต่เริ่มแรกนาย Sullivan และทีมของเขาได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทีมกฎหมายการสื่อสารและทีมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ Uber ตามนโยบายที่กำหนดไว้ของ บริษัท”
“นโยบายเหล่านั้นระบุชัดเจนว่าฝ่ายกฎหมายของ Uber ไม่ใช่นาย Sullivan หรือทีมงานของเขาเป็นผู้รับผิดชอบในการตัดสินใจว่าควรเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใคร”

นาย Bradford Williams โฆษกกล่าว

แฮ็กเกอร์ 2 รายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดข้อมูล Uber รับสารภาพในข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงระบบคอมพิวเตอร์ในเดือนตุลาคมและกำลังรอการพิจารณาคดี แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีหมายเรียกส่งไปยังนาย Sullivan ให้มาให้การกับศาลเขตทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนียแต่อย่างใด