EU เสนอกฎระเบียบใหม่สำหรับการโอน Crypto ที่รัดกุมกว่าเดิม

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

EU ยื่นข้อเสนอให้ผู้ให้บริการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินเพิ่มเติมจากการโอน Crypto ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันกิจกรรมการฟอกเงินภายในสหภาพยุโรป

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Transferring Crypto

Crypto มากมายที่มีการซื้อขายโดยไม่มีการเปิดเผยที่มา ส่งผลให้คณะกรรมาธิการยุโรป หรือ EU กำลังออกกฎระเบียบใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันช่องโหว่ของการฟอกเงิน ผู้ให้บริการต้องมีข้อมูล เช่น ชื่อผู้โอน เลขที่บัญชี ที่มาของบัญชี

หน่วยงานด้านการเงินทั่วโลกยังคงกังวลปัญหาเรื่องการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการจับกุมขบวนการฟอกเงินครั้งใหญ่ที่ลอนดอนมูลค่ามากถึง 247 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้คณะกรรมาธิการยุโรปหรือ EU มีการผลักดันเพื่อออกกฎระเบียบที่รัดกุมมากขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว

EU ยื่นข้อเสนอออกกฎระเบียบใหม่

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ยื่นข้อเสนอใหม่ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลต้องรวบรวมข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินเพิ่มเติมจากผู้ที่ใช้บริการการโอน crypto ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันกิจกรรมการฟอกเงินภายในสหภาพยุโรป

ข้อกำหนดที่ปรับปรุงนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอทางกฎหมายสี่ฉบับที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอเมื่อวันอังคาร ข้อเสนอทั้งหมดมุ่งสู่เป้าหมายในการปรับปรุงการตรวจจับธุรกรรมที่น่าสงสัยและระงับการฟอกเงินที่อาจเป็นจัดหาเงินทุนการก่อการร้าย รัฐสภายุโรปจะเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าว และอาจใช้เวลาถึงสองปีกว่าที่ข้อเสนอจะกลายเป็นกฎหมาย

ข้อกำหนดใหม่สำหรับการโอน Crypto

ภายใต้ข้อเสนอนี้ ผู้ให้บริการที่ดำเนินการโอน crypto จะต้องเก็บข้อมูลของชื่อผู้โอน เลขที่บัญชี ที่มาของบัญชี และตำแหน่งที่ใช้ในการทำธุรกรรม ที่อยู่ของผู้ออกบัญชี หมายเลขเอกสารส่วนตัวอย่างเป็นทางการ หมายเลขรหัสของลูกค้า รวมถึงวันที่และสถานที่ของการทำธุรกรรมต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับนี้ด้วย 

ผู้ให้บริการจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าชื่อและหมายเลขบัญชีของผู้รับเงินนั้นรวมอยู่ในการโอนพร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของบัญชีนั้นเช่นเดียวกัน ผู้ให้บริการจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลสำหรับที่มาการโอนนั้น ๆ อยู่ครบ

ข้อกำหนดด้านข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อมีการโอนเงินเกิน 1,000 ยูโร

 “เพื่อไม่ให้ระบบการชำระเงินและบริการโอน crypto แย่ลงและเป็นระเบียบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงในการทำธุรกรรมใต้ดินอันเป็นผลมาจากข้อกำหนดในการระบุตัวตนที่เข้มงวดเกินไปกับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นจากการโอนเงินเพียงจำนวนเล็กน้อย”

คณะกรรมาธิการ

ในกรณีที่มีชุดของการชำระเงินที่เกิน 1,000 ยูโร ผู้ให้บริการชำระเงินอาจไม่จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูล เว้นแต่จะ “ส่งผลต่อการโอนเป็นเงินสดหรือเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ระบุชื่อ” หรือผู้ให้บริการ “มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฟอกเงินหรือการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้าย”

ที่มา: cointelegraph

Read more about: