นับตั้งแต่ที่ Ethereum (ETH) ได้วิ่งไปแตะระดับราคาสูงสุดครั้งใหม่ โดยพุ่งทยานทำมูลค่าทะลุกว่า 2,000 ดอลลาร์ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดก็ได้เผชิญหน้ากับการปรับฐานราคาครั้งใหญ่เช่นเดียวกับ Bitcoin โดย ณ ขณะที่เขียนบทความนี้ ETH มีการซื้อขายที่ $1,546 ตามกระดานราคาของ CoinMarketCap

แต่ทั้งนี้ ทางด้านข้อมูลใหม่โดยบริษัทด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Santiment เผยว่า เหล่าวาฬคริปโตนั้นมองว่าแนวโน้มที่เกิดขึ้นอยู่ในช่วงนี้ถือเป็นเหมือนจังหวะเคราะห์ซ้ำกรรมอันแสนที่สมบูรณ์แบบที่พวกเขาสามารถใช้มันเป็นช่องในการสะสมโทเค็น ETH ให้มากขึ้น โดยผู้ให้บริการการวิเคราะห์ On-chain อธิบายว่า

“ที่อยู่กระเป๋าเงิน Top 10 ที่ไม่ได้อยู่ใน Exchange ของเหล่าวาฬ Ethereum ถือเป็นแหล่งที่ครอบครอง Supply ของโทเค็น ETH เอาไว้มากที่สุด (16.86M) นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2016 และในวันที่ 1 มีนาคม ปีนี้ มีการเพิ่มขึ้นของโทเค็นดังกล่าวถึง 1.03 ล้านเหรียญ เพียงวันเดียวในที่อยู่เหล่านี้ซึ่งเป็นอันดับสูงสุด และถือเป็นการพุ่งกระโดดที่สูงที่สุดใน 6 สัปดาห์!”

Santiment ตั้งข้อสังเกตว่าการที่ที่อยู่ของวาฬ Ethereum เหล่านี้ได้สอย ETH เพิ่มอีก 1.03 ล้านเหรียญ เมื่อสองวันก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของพวกเขาในสกุลเงินดิจิทัลนี้แม้ว่าจะมีการดึงกลับมาเนื่องจากมีการแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 2,000 ดอลลาร์ ก็ตาม และหากคำนวณจากราคาปัจจุบันที่ 1,546 ดอลลาร์ที่อยู่ทั้ง 10 แห่งนี้จะถือ Ethereum ด้วยมูลค่าประมาณ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

การเติบโตที่โดดเด่นของ Ethereum

Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือแพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้งของบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติภายใต้การดูแลของ Amazon ได้ประกาศว่าขณะนี้ Ethereum มีให้บริการในบริการบล็อกเชนที่จัดการโดย Amazon แล้ว

โดยเป้าหมายของพวกเขานั้นจะนำเสนอบริการ Crypto อันแสนปลอดภัย เครือข่าย และการเข้าถึงเครือข่ายผ่าน Ethereum API แบบโอเพนซอร์สมาตรฐาน แก่ลูกค้า AWS

เครือข่าย Ethereum กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในภาคการเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) โดยพิจารณาจากผลิตภัณฑ์บางอย่างที่นำเสนอ เช่น สัญญาอัจฉริยะ ดูได้จากการที่รายได้รวมของ DeFi แตะ 800 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์

การเปิดตัว ETH 2.0 ในเดือนธันวาคมปีที่แล้วถือเป็นไอซิ่งบนเค้กสำหรับ Ethereum เครือข่าย Blockchain ที่ตั้งใจทจะเปลี่ยนการใช้ proof-of-work ในการทำงานในปัจจุบันไปสู่ proof-of-stake ซึ่งถือว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะประหยัดพลังงานน้อยลงมาก

นอกจากนี้ Ethereum ยังกำลังกลายเป็นพลังมืดที่ต้องคำนึงถึงในพื้นที่ Crypto เนื่องจากการโอนเงินรายวันเพิ่มขึ้นจาก 373 ล้านดอลลาร์เป็นมากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงหนึ่งปี