Ethereum Foundation ได้เปิดตัว testnet สำหรับเฟส 0 หรือที่เรียกว่า Beacon Chain ของ ETH 2.0 สำเร็จแล้ว แม้ว่า Ethereum Foundation จะบอกว่าตอนนี้สามารถเปิดตัว ETH 2.0 ได้แล้ว แต่นักพัฒนาและสมาชิกขององค์กรก็ยังคงเฝ้าระวังอุปสรรคอื่น ๆ อยู่

Testnet ล่าสุดของ ETH 2.0 เปิดตัวแล้ว

หลังจากที่องค์กร Ethereum ประสบความสำเร็จในการเปิดตัว Medalla testnet Ethereum ก็ได้ประกาศตัวทดสอบ Spadina เป็นตัวทดสอบก่อนที่จะเปิดตัว Beacon Chain เฟสแรกของ ETH 2.0

หลังจากเปิดตัว Spadina เมื่อวันที่ 29 กันยายน เครือข่ายก็ไม่ได้ดำเนินการตามแผน ตามรายงานของทีม Spadina testnet เผยมีความผิดพลาดทางเทคนิคเนื่องจากมีโหนด Validator ที่เข้าร่วมต่ำและมีปัญหาการกำหนดค่าบางอย่าง

ส่วน testnet ล่าสุดทีมงานกล่าวว่าตัวตรวจโหนด Zinken ไม่มีอุปสรรคใด ๆ และเครือข่าย Client สำหรับการสร้างบล็อกนั้นทั้งหมดทำงานได้ดี การสร้างบล็อกของโหนด Zinken นั้นราบรื่นกว่า Spadina ซึ่งหมายความว่าผู้ตรวจสอบความถูกสามารถตรวจสอบบล็อกได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม และธุรกรรมที่ดำเนินการบนเครือข่ายจะไม่สามารถย้อนกลับหรือเปลี่ยนแปลงได้

บล็อกแรกของ Zinken ถูกขุดเมื่อเวลา 12.00 น. UTC ของวันที่ 12 ตุลาคมและทีม Client รายงานว่าตัวตรวจสอบความถูกต้อง (ตัวโหนดนั่นเอง) สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ

พอเปิดตัง testnet ได้แล้วทาง Ethereum ก็ยืนยันว่ากำลังจะเปิดตัว Beacon Chain mainnet ในปี 2020 Danny Ryan ผู้ประสานงานหลักของ Ethereum Foundation สำหรับ Ethereum 2.0 กล่าวถึงการเปิดตัว Zinken testnet ที่ด้วยว่า:

“ เรากำลังทำงานตามเป้าหมายของไทม์ไลน์ปี 2020 เราประทับใจมาก นี่คือบทสนทนากับทีม Client และเราต้องใช้เวลาเพื่อดูเครือข่ายการทดสอบนี้ และความเข้าใจของเราก็คือสิ่งนี้จะกระตุ้นให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ต่อไปต่อไป”

เส้นทางสู่เครือข่าย Ethereum ที่เร็วขึ้น

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมามีการเรียกร้องจากชุมชนให้แก้ปัญหาเรื่องการประมวลผลทีช้ามาก ๆ ของ Ethereum  และขอให้ปรับขนาดเครือข่าย Ethereum แต่การปรับปรุงเหล่านี้นั้นล่าช้า

การเปลี่ยนไปใช้ ETH 2.0 จะช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับขนาดของ Ethereum จากปัจจุบันเครือข่ายสามารถประมวลผลได้ที่ 15 ธุรกรรมต่อวินาที ต่อไปหากมีการอัพเกรดไปใช้ ETH 2.0 แล้วเครือข่ายจะสามารถประมวลผลธุรกรรมได้ถึง 100,000 รายการ ปริมาณการรับรองธุรกรรมที่มากขึ้นจะช่วยลดค่าธรรมเนียมและรองรับแอปพลิเคชันที่ปรับขนาดได้เช่นกัน