เข้าร่วมช่องทาง Telegram ของเราได้ที่นี่

เพื่อร่วมพูดคุยกับคริปโตคอมมูนิตี้ได้เลย

เข้าร่วมเลย

เข้าร่วมเลย

Vitalik Buterin ออกมายอมรับถึงปัญหาการทดสอบ Ethereum 2.0

Ethereum 2.0 ประสบปัญหาทางเทคนิคหลายด้าน ถึงขั้นที่ผู้สร้างนาย Vitalik ต้องออกมายอมรับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่มาก

9D63F122 F5E5 408C A957 9766Ff0F39C1.Jpeg

Ethereum 2.0

โครงการ Ethereum 2.0 คือผลลัพธ์ของแผนการผลักดันเครือข่าย Ethereum เดิมพื่อให้สามารถก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดทางด้านเทคนิคต่างๆได้ เช่นปัญหาทางด้าน Scalability และค่าธรรมเนียมหรือ Gas Fees ที่มีการกำหนดเพดานสูงสุดไว้ โดยการอัพเกรดระบบดังกล่าวแล้ว โดยหลักนั้นเป็นการพัฒนา Smart Contract และการเปลี่ยน Protocol หลักของเครือข่ายจาก proof-of-work ไปสู่ Proof-of-Stake ซึ่งหมายความว่าการประมวลผลและสร้างบล็อกใหม่ในระบบนั้นจะทำได้โดยการ Staking อย่างเดียวเท่านั้น เป็นต้น

อย่างไรก็ตามในช่วงไม่นานที่ผ่านมานี้ ได้มีการเปิดทดสอบการใช้งาน Testnet หรือระบบเครือข่ายทดสอบของ Ethereum 2.0 เป็นที่เรียบร้อย แต่ผลที่เกิดขึ้นนั้นกลับกลายเป็นว่าการอัพเกรดดังกล่าวต้องประสบกับปัญหาหลายรูปแบบอยู่นั่นเอง โดยหนึ่งในนั้นคือการที่ Ethereum 2.0 Testnet นั้นต้องถูก Hard Fork ออกเป็นสี่สายธุรกรรม อีกทั้งยังอาจแป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือแยกสายเพิ่มเติมอีกด้วย

Image 3 1

ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาทางเทคนิค เช่นการ Sync ของ Nodes ต่าง ๆ บนเครือข่าย การจัดการการเก็บข้อมูลและการจัดการ Ram ของเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย รวมไปถึงแนวทางการปรับปรุงที่ไม่ตรงกันของนักพัฒนาที่มีส่วนร่วมในระบบ เป็นต้น และถึงแม้ว่าในขณะนี้จะมีการแก้ไขปัญหาไปได้หลายส่วนแล้วก็ตามแต่ testnet ดังกล่าวก็ยังเรียกไม่ได้ว่าพร้อมที่จะให้มีการใช้งานอยู่ดี

Image 12 2

ความเห็นจากผู้สร้าง Ethereum

นาย Vitalik Buterin ผู้สร้าง Ethereum และหัวหน้าโครงการพัฒนา Ethereum 2.0 นั้นได้ออกมากล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านทางการพูดคุยกับนาย Samson Mow ในรายการ Podcast ของนาย Peter McCormack โดยตัวเขาได้ออกมากล่าวยอมรับว่าการอัพเกรดเครือข่ายนั้น เมื่อมองจากมุมมองทางเทคนิคแล้วนั้น โครงการดังกล่าวยากกว่าที่พวกเขาคิดไว้แต่แรกมาก โดยเขายังได้แสดงความเห็นว่าแอพลิเคชั่นบนเครือข่ายบางรายอาจต้องพบอุปสรรคหรือถึงขั้นต้องล้มเลิกโครงการไปเลยก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามอีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้จากการพัฒนาและการออกมากล่าวถึงอัพเดทที่เกิดขึ้นกับ Ethereum2.0 นั้นคือการที่โครงการ Ethereum ได้มีการเบนทิศทางเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของโครงการจากเดิมที่เน้นย้ำถึงการพัฒนาโครงการต่างๆบนแพลตฟอร์มโดยยึดประโยชน์ของโครงการนั้นๆเป็นสำคัญ มาสู่การนำพาอาณาจักร Ethereum ไปสู่จุดยืนใหม่ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นโดยยึดเครือข่ายเป็นสำคัญแทน ซึ่งในการอัพเกรดนี้ไม่ได้มีการแจ้งว่ามันคือการลองผิดลองถูกแต่อย่างใด ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้งานผิดหวังได้


อัพเดทล่าสุด: ทางทีมนักพัฒนา Prysm สามารถเข้าแก้ไขปัญหา Testnet ล่มสำเร็จเรียบร้อยแล้วสำหรับ Medalla testnet แต่ทั้งนี้ทีมงานดังกล่าวก็ได้ออกมาขอให้เหล่านักพัฒนาที่เหลือเข้ามาช่วยกันทดสอบและเข้าแก้ไขปัญหาทางเทคนิคอื่นๆต่อไปอยู่นั่นเอง

Read more about:

Your Ad could be here 👋

Interested in advertising?

Click on the button below to contact for details

Contact us
Sponsored

🔥 เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ราคา crypto

เข้าร่วมชุมชนของเรา

Engage with people also reading CryptoSiam and discuss about what’s going on right now in crypto space.

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Ethereum

Cardano มีปริมาณการซื้อขายมากขึ้น และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมถูกกว่า Ethereum มากกว่า 500 เท่า

Cardano มีปริมาณการซื้อขายมากขึ้น และค่าธรรมเนียมถูกกว่า Ethereum มากถึง 500 เท่า

Cardano (ADA) ได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมคริปโตอีกครั้ง โดยมีปริมาณการซื้อขายสูงกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งอย่าง Ethereumด้วย
นักวิเคราะห์ของ Jpmorgan กล่าวว่า Ethereum กำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาด Nft ให้กับ Solana

นักวิเคราะห์ของ JPMorgan กล่าวว่า Ethereum กำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาด NFT ให้กับ Solana

สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองตามมูลค่าตลาด กำลังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งอย่าง Solana ในตลาด non-fungible tokens (NFTs)
คนดัง Shark Tank

คนดัง Shark Tank ชี้ Ethereum กับ NFT มีแนวโน้มยิ่งใหญ่กว่าบิทคอยน์

คนดัง Shark Tank มองอนาคตของ eth กับ NFT เอาไว้อย่างน่าสนใจ
Jp Morgan เผยว่า Ethereum กำลังสูญเสียสถานะอันดับ 1 ในพื้นที่ Defi

JP Morgan เผยว่า Ethereum กำลังสูญเสียสถานะอันดับ 1 ในพื้นที่ DeFi

Nikolaos Panigirtzoglou นักวิเคราะห์าก JPMorgan เผยว่า Ethereum ค่อยๆ สูญเสียส่วนแบ่งตลาดในระบบนิเวศการเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) แม้ว่าจะยังคงเป็นอันดับหนึ่งก็ตาม