ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 2 มิถุนายน ทางธนาคารกลางยุโรป หรือ European Central Bank (ECB) ได้เตือนประเทศต่าง ๆ ให้หันมาให้ความสนใจกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของความเป็นอิสระทางการเงิน และระบบการเงิน หากธนาคารกลางของพวกเขาตัดสินใจที่จะไม่ออกสกุลเงิน Fiat เวอร์ชันดิจิทัล

ทั้งนี้ในรายงานฉบับดังกล่าวระบุว่าการออก CBDC จะช่วยในการรักษาความเป็นอิสระของระบบการชำระเงินภายในประเทศ และการใช้สกุลเงินทั่วโลกในโลกดิจิทัล

รายงานยังระบุด้วยว่าภาคธุรกิจ และเหล่าผู้บริโภคในภูมิภาคที่ไม่มีสกุลเงินดิจิทัลอาจต้องพึ่งพาผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ที่มีจำนวนน้อย รวมถึงยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เช่น PayPal, Square และอื่นๆ นอกจากนี้ ECB ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าเหตุการณ์ข้างต้นนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของธนาคารกลางในการปฏิบัติตามหน้าที่ของตน และทำหน้าที่เป็นผู้ให้กู้ยืมแหล่งสุดท้าย

*ผู้ให้กู้ยืมแหล่งสุดท้าย (Lender of Last Resort) ถือเป็นหนึ่งบทบาทสำคัญของธนาคารกลาง เพราะแหล่งสุดท้ายที่ธนาคารพาณิชย์จะพึ่งได้​ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามฉุกเฉิน*

เส้นทางของธนาคารกลางยุโรป กับ CBDC

ECB เป็นหนึ่งในธนาคารกลางหลายแห่งที่พิจารณาถึงแนวคิดในการออกสกุลเงิน Fiat เวอร์ชันดิจิทัล แต่ทว่า ณ ปัจจุบัน ทาง ECB ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะเปิดตัวเงินยูโรดิจิทัลอย่างเต็มตัวจนกว่าพวกเขาจะศึกษาจนมั่นใจแล้วว่ามันคุ้มค่าที่จะเดินหน้าต่อไปหรือไม่

Christine Lagarde ประธาน ECB กล่าวว่าการเปิดตัวสกุลเงินยูโรดิจิทัลอาจเกิดขึ้นภายในสี่ปีข้างหน้าหากเหล่าเจ้าหน้าที่นั้นไฟเขียว ซึ่งการศึกษาของ ECB ก็ระบุว่าเจ้าความคิดริเริ่มนี้สามารถช่วยเพิ่มการเข้าถึงของเงินยูโรระหว่างประเทศได้หากมันได้รับการออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นไปที่ต้นทุนการทำธุรกรรมที่ต่ำ ความปลอดภัย และความเข้ากันได้กับบริการอื่น ๆ

รายงานยังระบุอีกว่า หากเจ้าหน้าที่ ECB อนุมัติการใช้เงินยูโรดิจิทัลในการชำระเงินข้ามพรมแดน ก็จะส่งผลกระทบต่อบทบาทระหว่างประเทศของเงินยูโรด้วยเช่นกัน

CBDCs เป็นการ Disruptive ครั้งใหญ่ครั้งต่อไป

ธนาคารแบบดั้งเดิมมองว่า CBDC นั้นถือเป็นการ Disruptive ทางการเงินครั้งใหญ่ ที่ถูกนำทัพโดยประเทศต่าง ๆ เช่น จีน บาฮามาส และกัมพูชา ซึ่งเวอร์ชันดิจิทัลของสกุลเงิน Fiat นั้นทำให้เราได้เข้าใกล้อนาคตของสังคมไร้เงินสดมากยิ่งขึ้นไป

ทั้งนี้ความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุมการจัดหาเงิน และระบบการชำระเงินจาก Cryptocurrencies เช่น Bitcoin หรือแม้แต่ Stablecoin ของ Facebook อย่าง Diem ถือเป็นแรงผลักดันชั้นดีให้ธนาคารกลางเร่งเปิดตัว CBDC ซึ่งเจ้า CBDC นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับ Cryptocurrencies ในบางแง่มุม แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

CBDC จะทำหน้าที่เหมือนสกุลเงินจริง ๆ มากกว่า และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งยังสามารถช่วยเหลือผู้คนที่ไม่มีธนาคารให้สามารถเข้าถึงระบบการเงินได้ ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้พ่ายแพ้ต่อการสร้าง CBDCs รวมถึงสถาบันการเงินบางแห่ง ทั้งที่เป็นแบบ Fintech และธนาคารแบบดั้งเดิม อาจสูญเสียเงินฝากของพวกเขาไปเนื่องจากผู้คนนำเงินเข้าบัญชีของธนาคารกลางแทน