ShareRing บริษัทที่มุ่งเน้นด้านการพัฒนาเทคโนโลยี Blockchain ได้เปิดตัวระบบแอปพลิเคชันติดตามผู้สัมผัส (Contact Tracing) ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของการสอบสวนโรคที่จะช่วยติดตามการติดต่อของผู้ใช้งานในสภาวะโรคระบาดในปัจจุบัน ระบบนี้วางแผนจะให้บริการแก่โรงแรมและผู้ให้บริการอื่น ๆ เป็นจำนวน 2.6 ล้านราย ซึ่งปัจจุบันบริษัทเหล่านั้นได้ใช้หนึ่งในบริการของทางบริษัทอยู่

ความเป็นส่วนตัวคือตัวแปรสำคัญ

แอปของบริษัท ShareRing นั้น จะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีมูลค่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ โดยหวังจะแก้ปัญหาความเป็นส่วนตัวที่มักเกิดขึ้นกับแอปพลิเคชันติดตามผู้สัมผัสผู้ใช้งานที่มีลักษณะเดียวกัน ซึ่งการทำงานของแอปพลิเคชันนี้นั้นจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถอัปโหลดเอกสารที่สำคัญ เช่น E-visa on Arrival (eVOA), ข้อมูลที่เกี่ยวกับหนังสือเดินทาง, ประกันการเดินทาง, การจองเที่ยวบินและที่พัก รวมไปถึงผลการตรวจโรค COVID-19 ที่มีผลเป็นติดลบ

เมื่อผู้ใช้แอปส่งผลการตรวจไวรัส ที่มีผลเป็นบวก แอปจะส่งข้อมูลที่จำเป็นไปยังรัฐบาลโดยไม่ระบุตัวตน เพื่อให้ผู้อื่นได้รับการแจ้งเตือนหากมีการติดต่อกับผู้ใช้

การที่แอปนี้สามารถทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ทำให้บริษัทต่าง ๆ สามารถตรวจสอบผู้ใช้งานผ่านในแอปเพื่อดูผลการตรวจ COVID-19 โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ของผู้ใช้ Jane Sadler-Kidd ผู้ร่วมก่อตั้ง ShareRing อธิบายว่าเอกสารต่าง ๆ และข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่มีวันหลุดออกจากอุปกรณ์ของผู้ใช้

Jane Sadler-Kidd ผู้ร่วมก่อตั้ง ShareRing
“เมื่อมีคนลงชื่อสมัครสำหรับ ShareRing ID ทางแอปจะถ่ายภาพ, วิดีโอเซลฟี่, ชื่อ, วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่และอื่นๆ ทางแอปจะเก็บข้อมูลไว้ในไฟล์ที่เข้ารหัสซึ่งจะไม่มีวันหลุดออกจากอุปกรณ์ของผู้ใช้ นอกจากเรานี้ยังใช้ "ลายนิ้วมือ" และเอกสารประกอบต่าง ๆ แล้วจะจัดเก็บไว้ในระบบบล็อกเชน”

เพื่อเพิ่มความเร็วในการนำระบบนี้ไปปรับใช้ บริษัท ShareRing ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้รัฐบาลและธุรกิจต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกับ Passport แอป รวมถึงโซลูชันที่ทางแอปมีอยู่โดยไม่ต้องใช้ผ่านแบรนด์ ShareRing คุณ Kidd ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า Passport Covid-19 นั้นมีราคาถูกและเป็นที่สนใจของผู้บริโภค

“มันกระตุ้นให้เกิดการปรับใช้ในหมู่ประชากร เมื่อเราสร้างแอปขึ้นมาในลักษณะที่สามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวของพวกเขาได้”

Blockchain กำลังต่อสู้กับ COVID-19 ในทุกทาง

การติดตามติดตามผู้สัมผัส หรือ Contact Tracing ของผู้ใช้ไม่ได้เป็นเพียงหนทางเดียว ที่บริษัทต่าง ๆ นำบล็อกเชนมาใช้เพื่อต่อสู้กับโรคระบาดทั่วโลก บริษัท De Cecco ซึ่งเป็นผู้ผลิตพาสต้ารายใหญ่อันดับสามของโลกเองก็ได้ปรับใช้ระบบการจัดการความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่เรียกว่า My Care ที่ถูกสร้างขึ้นโดย VeChain เพื่อช่วยรับรองความปลอดภัยของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานทั่วอิตาลี

ในเดือนมีนาคม 2020 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เปิดตัว MiPasa ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้บล็อกเชนเพื่ออำนวยความสะดวกใน "การแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวอย่างเต็มรูปแบบระหว่างบุคคล หน่วยงานของรัฐและสถาบันสุขภาพ"

นอกจากนี้เนเธอร์แลนด์ยังใช้แพลตฟอร์มบล็อกเชนที่เรียกว่า Tymlez เพื่อทำแผนที่และวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานทางการแพทย์ของประเทศ ในขณะที่มีการใช้แอปพลิเคชันที่คล้ายกันในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาร่วมกับ IBM