แม้จะมีบางประเทศยังไม่ยอมรับเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตอย่าง Bitcoin และ Blockchain สักเท่าไหร่ ซึ่งกำลังกดดันนักลงทุนผ่านทางภาษีหรือการทำ KYC แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่มองว่ากฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ ควรเป็นกฎหมายที่เป็นมิตรเพื่อจะสนับสนุนให้เป็นที่นิยมมากขึ้นและก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆในแวดวงอุตสาหกรรม

มาดูกันดีกว่าว่านอกจากประเทศที่มีการลงทุนสกุลเงินดิจิทัลอย่างหนัก เช่น สหรัฐฯ ที่มีมาตรการอันดีต่อสกุลเงินเหล่านี้ ก็ยังมีอีก 9 ประเทศด้วยกันที่มีแนวทางในการสนับสนุนนักลงทุน

สโลเวเนีย

ในปี พ.ศ. 2556 กระทรวงการคลังสโลวีเนียระบุว่า Bitcoin ไม่ใช่สกุลเงินหรือสินทรัพย์ ดังนั้นการเก็บภาษีนั้นจะขึ้นอยู่กับวิธีที่เราใช้ Bitcoin สโลวีเนียอาจจะไม่เก็บภาษีนักลงทุนเลย ในขณะที่รัฐจะเก็บภาษีในการขุด Bitcoin และเก็บจากธุรกิจที่อื่นๆที่ขายสินค้ารวมไปถึงบริการที่การแลกเปลี่ยนสกุลเงิน Cryptocurrency โดยกำไรจากการขายจะไม่ถูกเก็บภาษี และจะถือว่ากำไรจาก Bitcoin ไม่เป็นรายได้

โปรตุเกส

โปรตุเกสได้ใช้แนวทางที่คล้ายกันกับประเทศสโลวีเนียคือสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดในโปรตุเกสจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทำให้หน่วยงานด้านภาษีและศุลกากรของโปรตุเกสยืนยันในปี พ.ศ. 2562 ถึงการยกเลิกการเก็บภาษีในครั้งนี้ แม้ว่าธุรกิจจะยังคงเก็บภาษีของกำไรที่ได้จากการขาย Cryptocurrency แต่การแลกเปลี่ยน Bitcoin นั้นจะไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีรายได้จากการถือครอง หรือการมีกำไรจากการลงทุน

เบลารุส

แม้ว่าจะเป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก แต่ประเทศในยุโรปตะวันออกแห่งนี้กำลังมาแรงมากสำหรับคนที่สนใจในสกุลเงิน Cryptocurrency ด้วยการเปิดเสรีในการใช้สกุลเงิน โดยการใช้กฎหมายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลและเทคโนโลยี Blockchain ได้ทำมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2560 ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศว่าการขุด Bitcoin การทำการค้าและกำไรที่ได้รับผ่านสกุลเงิน Cryptocurrency จะปลอดภาษีจนถึงปี พ.ศ. 2566

เยอรมัน

เยอรมันได้ประกาศว่า Bitcoin จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับสกุลเงินต่างประเทศแทนที่จะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ทรัพย์สินหรือหุ้น ซึ่งหมายความว่าการแลกเปลี่ยนและการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดนั้นถูกมองว่าเป็นการทำกำไรแบบส่วนตัวที่ให้สิทธิประโยชน์แบบปลอดภาษีแก่ตัวบุคคนนั้นๆ ยกเว้นสกุลเงินดิจิทัลจาก VAT และการทำกำไรจากการลงทุนในมูลค่าใด ๆ ก็ตามที่ถือครองนานกว่าหนึ่งปี อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจก็ยังคงต้องชำระภาษีจากกำไรที่เกิดขึ้นผ่านการขายสินค้าหรือบริการผ่านภาษีเงินได้นิติบุคคล

มอลตา

ที่มอลตานั้นไม่ต้องเสียภาษีให้แก่สินทรัพย์ Cryptocurrency ที่ถือครองมานานและสินทรัพย์ที่ไม่ได้รับผลกำไรจากการลงทุน แต่ผู้ Trade รายวันจะถูกเก็บภาษีโดยถือเป็นรายได้ทางธุรกิจ โดยในปี 2560 นายกรัฐมนตรีของมอลตาได้ประกาศเห็นชอบในกลยุทธ์การส่งเสริมเทคโนโลยี Blockchain และ Cryptocurrency โดยหวังว่าจะส่งเสริมความสามารถที่มีประโยชน์ของ Bitcoin ในการจัดการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่อ่อนไหวอย่างไร้ที่ติ ทั้งยังกระตุ้นการกระจายอำนาจได้อีกด้วย

ฮ่องกง

แม้อุตสาหกรรมธนาคารในฮ่องกงนั้นจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับสกุลเงิน Cryptocurrency เท่าไหร่นักแต่รัฐบาลได้เสนอกฎหมายที่ส่งเสริมการลงทุนในปี พ.ศ. 2556 โดยกำหนดบทลงโทษอย่างเข้มงวดเพื่อระงับการใช้ Bitcoin ที่ผิดกฎหมาย และยังทำให้ Tokens เป็นเหรียญที่ปลอดจาก VAT และปลอดภาษีจากกำไรของการลงทุน

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับกับสกุลเงิน Cryptocurrency มากที่สุดในโลก โดยได้สร้างโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจนสำหรับการควบคุมสกุลเงินดิจิทัลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ซึ่งเน้นการสนับสนุนนักลงทุนส่วนบุคคลมากกว่าธนาคารเอกชนหรือบริษัทหลักทรัพย์และในระยะหลังๆมานี้ รัฐบาลได้จัดหาโครงสร้างบริษัทที่มีความมั่นคงสำหรับการแลกเปลี่ยน Bitcoin รวมถึงดูแลด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้บริโภคพร้อมอนุมัติ Bitcoin ให้เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย โดยที่กำไรจากสกุลเงินเหล่านี้จะถูกเก็บภาษี แต่การถือครอง Cryptocurrency จะไม่ถูกจัดเก็บภาษี

ลักเซมเบิร์ก

อีกประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในสกุลเงิน Cryptocurrency และได้รับการยอมรับทางกฎหมาย โดยบรรจุ bitcoin เป็นหนึ่งในสกุลเงินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 และจัดให้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการเก็บภาษีของทรัพย์สินประเภทนี้จนกว่าจะมีการซื้อขายหรือการทำธุรกรรมมากไปกว่านั้นการทำธุรกรรมเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลก็ยังได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วย

เอสโตเนีย

รัฐบาลเอสโตเนียสรุปว่าไม่มีอุปสรรคทางกฎหมายในการใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นวิธีการชำระเงินและสกุลเงินดิจิทัลยังถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสกุลจริงๆอีกด้วย ซึ่งคล้ายกับประเทศเยอรมนี โดยธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับสกุลเงิน Cryptocurrency ต้องมีการลงทะเบียนและผลกำไรของสกุลเงิน Cryptocurrency จะต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับกำไรประเภทอื่นๆแต่การซื้อขาย Cryptocurrency นั้นได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม