รายงานที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือล่าสุดระหว่าง PwC และ Alternative Investment Management Association (AIMA) ได้แสดงให้เห็นว่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AuM) ที่ถูกบริหารโดยกองทุนป้องกันความเสี่ยงสกุลเงินดิจิทัลได้เพิ่มขึ้นจาก 2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2019 เป็นเกือบ 3.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi)กำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก

ในทำนองเดียวกัน ข้อมูลจาก DeFi Pulse ยังชี้ให้เห้นว่า โลกของ DeFi นั้นมีการเติบโตแบบทวีคูณในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งในเดือนพฤษภาคมนี้ มูลค่ารวมที่ถูกล็อคได้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ และถึงแม้จะมีความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ภายในตลาดสกุลเงินดิจิทัลก็ตาม แต่มูลค่าที่ถูกล็อคก็ลดลงเหลือ 5.23 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่เมื่อนำมาเทียบกับระดับโดยรวมที่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2020 มันก็ยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดอยู่ดี

นอกจากนี้ในรายงานประจำปีของกองทุนป้องกันความเสี่ยงคริปโตระดับโลกที่ร่วมเขียนโดย Elwood Asset Management ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (24 พฤษภาคม) ก็แสดงให้เห็นว่า Bitcoin และ Ethereum ยังคงเป็นกองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านคริปโตยอดฮิต ซึ่ง 92% ของกองทุนป้องกันความเสี่ยง Crypto นั้นใช้ Bitcoin “BTC”ในการซื้อขาย และ Ethereum “ETH” นั้นคิดเป็น 67% ของเงินลงทุนทั้งหมด

ในขณะเดียวกันโทเค็นเฉพาะของ DeFi ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่ง “LTC” ของ Litecoin มีสัดส่วน 34% ตามด้วย “LINK” ของ Chainlink (30%) “DOT” ของ Polkadot (28%) และ “AAVE” ของ AAVE (27%)

ตามสถิติ 31% ของกองทุนป้องกันความเสี่ยง Crypto ใช้การแลกเปลี่ยนแบบกระจายอำนาจ (DEX) ซึ่ง Uniswap ถูกใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุด (16%) ตามด้วย 1inch (8%) และ SushiSwap (4%) ตามลำดับ

ทั้งนี้มากกว่าครึ่งหนึ่งของกองทุนป้องกันความเสี่ยง Crypto ระบุว่าพวกเขาจะซื้อขายอนุพันธ์สกุลเงินดิจิทัลนอกเหนือจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจำนอง Cryptocurrency (42%) การให้กู้ยืม (33%) และการกู้ยืม (24%)