บอกได้เลยว่านี่คือยุคที่การแลกเปลี่ยน Crypto นั้นกำลังเฟื่องฟูอย่างมาก โดย Coin Metrics ผู้ให้บริการข้อมูลทางการเงินสำหรับอุตสาหกรรม Crypto แบบครบวงจร ได้ทำการสรุปภาพรวมของตลาดสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้และสังเคราะห์ข้อมูลที่น่าสนใจออกมา ซึ่งภายในรายงานฉบับดังกล่าวได้ระบุเอาไว้ว่าอุตสาหกรรมคริปโตนั้นมีการแข่งขันที่สูงมากเช่นเดียวกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ธนาคารรายใหญ่ หรือแม้แต่ธนาคารกลางของอเมริกาเลยทีเดียว โดยผู้เขียนได้กล่าวไว้ว่า

“อุตสาหกรรมคริปโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของการแลกเปลี่ยนนั้นพัฒนามาไกลมากจากวันแรก ๆ ที่เราได้คำถาม ณ จุดแรกเริ่มที่ Crypto ได้ถือกำเนิดขึ้นว่าสกุลเงินเหล่านี้จะมีความเป็นไปได้พื้นฐานมากเพียงใด จนทุกวันนี้เราต่างตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อได้เปรียบในการแข่งขันทั่วทั้งอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับ Google, JPMorgan และ Federal Reserve แล้ว”

ผู้เขียนรายงานยังระบุอีกว่า “วิวัฒนาการของอุตสาหกรรมคริปโตจนถึงปัจจุบันนั้นโดดเด่นกว่าใคร ๆ ทั้งหมด” และเสริมว่า “ตั้งแต่เริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2008 อุตสาหกรรมการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลได้เติบโตเต็มที่อย่างน่าอัศจรรย์”

แต่ Crypto อาจจะไม่ใช่ฝันอันหอมหวานสำหรับทุกคน

อย่างไรก็ตามการลงทุนในด้านการแลกเปลี่ยนคริปโตนั้นก็ยังต้องยึดถือคำเตือนอันสำคัญที่ว่า “อย่าหยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จ” เนื่องจากในอนาคตภาคธุรกิจขนาดใหญ่อาจจะลงมาเล่นในสังเวียนนี้แบบเต็มตัว เดินหน้าเขมือบบริษัทคริปโตอิสระและผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนไปเลยก็เป็นได้

“ไม่มีการรับประกันว่าการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่จะยังคงสามารถดำเนินการได้อย่างอิสระ และไร้ข้อกำหนดไปตลอดกาล”

ซึ่งภายในรายงานฉบับนี้นั้นได้ค้นพบถึงข้อตกลงการควบรวมกิจการภายในอุตสาหกรรมที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมขนาดมหึมาอย่างเช่น Coinbase

ฉลาดเลือก แล้วจะรอด

Coin Metrics เชื่อว่าการจัดการทางการเงินที่ชาญฉลาดช่วยให้หน่วยงานทางด้านการแลกเปลี่ยนเติบโตขึ้นเพื่อบรรลุ “เป้าประสงค์สูงสุด” ในปีนี้ได้ โดยผู้เขียนอธิบายไว้ว่า

“บริษัทด้านการแลกเปลี่ยนที่มีความสามารถมากที่สุดได้ใช้ประโยชน์จากอำนาจทางเศรษฐกิจที่พวกเขามีเพื่อขยับขยายองค์กรไปสู่จุดที่ธุรกิจสามารถเติบโตเต็มที่ กระแสเงินสดที่แข็งแกร่งเองก็จะทำให้การเหล่าองค์กรด้านแลกเปลี่ยนสามารถดึงดูดการจ้างงานที่จากบุคคลผู้มากความสามารถ”

และเมื่อมองไปในอนาคตผู้เขียนเชื่อว่าการแลกเปลี่ยนจะสามารถตอบสนองต่อความสนใจของธุรกิจขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นจะ และจะเป็นกุญแจสำคัญให้วงการคริปโตเติบโตอย่างยั่งยืน