ประเทศผู้ชิงชังคริปโตอย่างเข้าไส้

ประเทศจีนนั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีท่าทีต่อต้านสกุลเงิน Cryptocurrency อย่างมากในอดีต แม้กระทั่งในปัจจุบันนี้ทางฝั่งรัฐบาลนั้นยังออกมาประกาศชัดเจนถึงการแบนสกุลเงิน Cryptocurrency โดยเฉพาะมาตรการการแบน Bitcoin ที่ยังอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งเฉยต่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆจากเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้งาน

Blockchain Service Network

อย่างที่เป็นข่าวมานานพอสมควร เช่น กรณีของโครงการสกุลเงินดิจิทัลของรัฐบาลหรือ CBDC ในฐานะสกุลเงินหยวนดิจิทัล ทางฝั่งรัฐบาลของประเทศจีนยังได้มีอีกโครงการหนึ่งซึ่งเป็นการเตรียมนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้งานในภาพรวมของประเทศอย่างโครงการ Blockchain Service Network หรือ BSN

สำหรับโครงการ BSN นี้จะเป็นการผสมผสานระหว่างการใช้งาน Smart Contract บนบล๊อคเชนแบบเปิดหรือ Public Blockchain แบบ Permissioned Blockchain ซึ่งข้อมูลบนเครือข่ายนั้นเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่มีเพียง Node ประมวลผลบางหน่วยที่สามารถเข้าถึงและทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวได้

ในช่วงก่อนหน้านี้ได้มีข่าวหลุดออกมาจากเหล่าทีมนักพัฒนาถึงการที่โครงการดังกล่าวนั้นได้ร่วมมือกับทางบริษัท Chainlink ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้งานเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งหลังจากที่ข่าวดังกล่าวได้มีการเปิดเผยออกมานั้น ได้ส่งผลให้เหรียญของบริษัทดังกล่าวอย่าง LINK นั้นได้มีมูลค่าสูงขึ้นกว่า 20%

Ethereum เริ่มเข้ามามีบทบาท

ล่าสุดทางนาย Haseeb Qureshi ผู้ดำรงค์ตำแหน่งหุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัท Dragonfly Capital ได้ออกมากล่าวยืนยันว่าทางโครงการ BSN ของประเทศจีนนั้นได้มีแผนการเตรียมที่จะใช้งานเครือข่าย Ethereum และ Nervos Network ในโครงการดังกล่าวด้วย ซึ่งหมายความว่าหากโครงการได้มีการเริ่มใช้งานจริง จะยิ่งส่งผลดีต่อเครือข่ายและวงการคริปโตโดยรวมมากขึ้นไปอีกด้วย

อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวของประเทศจีนนั้นมีนัยยะสำคัญทางการเมือง เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม Blockchain ภายในประเทศรวมทั้งการสร้างและใช้งานสกุลเงินหยวนแบบดิจิทัลที่เรียกได้ว่าเป็นรายแรกของโลกที่มีการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลของรัฐบาลจริง ตามแนวนโยบายที่นาย Xi Jinpingได้ตั้งไว้ อีกทั้งยังอาจมองได้ว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแกนานาประเทศเนื่องจากการใช้งาน Public Blockchain ที่มีความโปร่งใส่มากขึ้น เป็นต้น