จีนและสหรัฐฯ ยังคงถล่มสงครามการค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจีนที่กำลังพัฒนาเงินหยวนดิจิทัลออกมาก็เพื่อที่จะลดการใช้เงินดอลลาร์สำหรับการค้าระหว่างประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ยังคงประกาศสงครามกับจีนอยู่เรื่อยๆและเริ่มเข้มข้นมากขึ้นทุกทีในช่วงที่เขาชูนโยบายหาเสียงเพื่อลงสมัครเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง

Donald Trump

ประเทศจีนก็ไม่ได้ยอมแพ้ เตรียมใช้งานเงินหยวนดิจิทัล ซึ่งการที่จีนสร้างเงินหยวนดิจิทัลขึ้นก็ได้มีผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่ามันจะส่งผลกระทบต่อระบบการธนาคารของสหรัฐอเมริกาแน่นอน อาจทำให้สหรัฐฯ ต้องสร้างเงินดิจิทัลดอลลาร์ออกมาสู้ตอบ

รายงานจาก Fed ล่าสุดก็ชี้ว่าหากมีการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางมันมีโอกาสที่จะได้รับความนิยมมากกว่า บทบาทของธนาคารพาณิชย์จะลดลง ธนาคารกลางอาจกุมอำนาจในการฝากเงินแต่เพียงผู้เดียวและก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบการธนาคารตามมา

Bitcoin และ Blockchain เบื้องหลังการสร้าง CBDC

ทฤษฎีและรายงานการวิจัยหลายๆชิ้นที่เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (Central Bank Digital Currency / CBDC) มักจะมีแรงผลักดันมาจาก Bitcoin และเทคโนโลยี Blockchain ด้วยความที่เทคโนโลยีของ Cryptocurrency และ Blockchain ที่กำลังมาแรง หลายๆอุตสาหกรรมเริ่มให้ความใส่ใจ คนนิยมใช้งาน Bitcoin กันมากขึ้น มันจึงไม่น่าแปลกใจหากธนาคารกลางหรือภาคการเงินของฝ่ายรัฐจะทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้คนหนีไปใช้สกุลเงิน Cryptocurrency ทั้งหมด

นอกจากนี้แล้วบริษัท Facebook ก็พัฒนาเหรียญ stablecoin ของตัวเอง คือ Libra มันยิ่งเป็นแรงขับเคลื่อนให้ภาครัฐต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ตนถูก disrupt เช่น ประเทศจีนก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีกลุ่มผู้ใช้งาน Bitcoin ไม่น้อย รัฐบาลก็ลุกขึ้นมาสร้างโปรเจคสกุลเงิน DC/EP หรือที่เรียกกันว่าหยวนดิจิทัล เตรียมให้ใช้งานภายในประเทศ

เสียงเตือนจาก Fed

รายงานจาก Fed สะท้อนสิ่งที่ IMF เคยเตือนเอาไว้ในปีที่แล้วช่วงเดือน ธ.ค. ซึ่งกล่าวว่าเราจะเห็นภาพการถอนเงินออกจากธนาคารพาณิชย์เพื่อนำมาฝากเข้าสกุลเงินดิจิทัล

รายงานของ Fed ก็ได้มีการพูดถึงผลกระทบของการสร้างเหรียญ CBDC ออกมา เป็นไปได้ว่าพลเมืองจะไปเปิดบัญชีกับธนาคารโดยตรง ทำให้อำนาจเงินฝากจะถูกผูกขาดอยู่ที่ธนาคารกลางแต่เพียงผู้เดียว ธนาคารพาณิชย์ก็ตาย

อีกทั้งสกุลเงินดิจิทัลมันมีศักยภาพทำงานได้คล้ายคลึงกับธนบัตรและเหรียญกษาปณ์โดยเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ แต่ในอีกขณะหนึ่งมันก็เป็นเครื่องมือในการลงทุนด้วยเช่นกัน ทำให้โดยสภาพ Cryptocurrency มันจึงคล้ายกับกึ่งๆสกุลเงินและสินค้าโภคภัณฑ์

โลกกำลังเตรียมเข้าสู่ยุคเลิกใช้เงินดอลลาร์

ประเทศอื่นๆก็เตรียมใช้เหรียญดิจิทัลของประเทศ เพราะเงินดิจิทัลมันมีต้นทุนต่ำกว่า, เร็วกว่าและสามารถทำการซื้อ, ขาย, โอนได้รวดเร็วกว่า ซึ่งถือว่ามันสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับเงินดอลลาร์เลยทีเดียว

รายงานจาก the Financial Times เปิดเผยว่าพวกเราอาจกำลังเข้าสู่ยุคหลังเงินดอลลาร์ (post-dollar world) หนึ่งในโปรเจคที่ทำให้เราเห็นภาพนี้ชัดเจนก็คือโปรเจคหยวนดิจิทัลของจีน

หากดอลลาร์อยากที่จะคงอยู่ต่อไป ทรัมป์และ Fed อาจตกอยู่ในสภาพบังคับจากจีนที่จะต้องทำการตัดสินใจแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อระบบการเงินในอนาคต