บริษัทผู้ให้บริการซื้อขายเหรียญ Cryptocurrency ระดับโลก bitFlyer ได้เข้าจับมือกับบราวเซอร์ดัง Brave Browser สร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลให้กับผู้ใช้งานชาวญี่ปุ่นแล้วล่าสุดนี้

ประกาศจากบริษัท biFlyer เปิดเผยว่าได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ให้บริการบราวเซอร์ Brave สร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลให้กับผู้ใช้งานของญี่ปุ่น เนื่องจากในญี่ปุ่นยังไม่ได้มีฟีเจอร์กระเป๋าเงินของ Brave

ผู้ใช้งานชาวญี่ปุ่นจะได้ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลของ Brave แล้ว

Brave Browser เป็นบราวเซอร์ที่มีเหรียญ Cryptocurrency ของตัวเองที่ชื่อว่า BAT เอาไว้แจกให้กับผู้ใช้งานที่ดูโฆษณาบนเว็บไซต์ต่างๆ เพราะว่าบราวเซอร์ Brave สามารถเลือกบล็อกโฆษณาได้ถ้าเกิดว่าผู้ใช้งานไม่ชอบเห็นโฆษณาเยอะๆ แต่สำหรับคนที่เลือกดูโฆษณาก็จะได้รับโทเค็น BAT ไปและผู้ใช้งานสามารถนำโทเค็นนี้ไปให้ทิปกับนักเขียน Content ต่างๆ ได้

ก่อนหน้านี้ Brave ยังไม่ได้มีฟีเจอร์กระเป๋าเงินดิจิทัลทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถโอนเข้าโอนออกเหรียญ BAT ไปที่อื่นๆได้นอกจากเก็บไว้บน Browser อย่างเดียว  ได้แต่ตอนนี้สามารถทำได้แล้วโดยได้รับการช่วยเหลือจากพาร์ทเนอร์ Uphold

ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดเอเชียของ Brave คุณ Ryotaro Chikaki ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทาง email ว่าฟีเจอร์มใหม่นี้ได้ให้บริการแก่ผู้ใช้งานที่ไม่ได้อยู่ในญี่ปุ่นอยู่แล้วและการพัฒนา Crypto Wallet เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างระบบนิเวศใหม่

“เราตัดสินใจร่วมมือกับ bitFlyer เพราะเขาเป็นแพลตฟอร์ม Exchange ด้านคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ได้รับความเชื่อถือจากผู้ใช้งาน bitFlyer เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและ Blockchain Technology ดังนั้นการเลือกร่วมมือกับพวกเขามันเลยไม่ใช่เรื่องยากเลยเพื่อที่เราจะได้ขยายระบบนิเวศเข้าไปในญี่ปุ่น”

เพิ่มฐานผู้ใช้งาน BAT

หลังจากการร่วมมือกันระหว่าง bitFlyer และ Brave ทำให้บริษัท bitFlyer ได้ให้บริการเหรียญ BAT บนแพลตฟอร์มนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 ที่ผ่านมา และ bitFlyer ก็กลายเป็นบริษัทแรกที่เป็นพาร์ทเนอร์ด้าน Crypto Wallet ในญี่ปุ่นของ Brave

“เราจะสร้างกระเป๋าเก็บ Crypto ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเก็บหรือเป็นเจ้าของเหรียญได้อย่างสะดวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ bitFlyer ให้สัมภาษณ์ผ่านทาง email

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา Brave ได้เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ Binance สร้างเครื่องมือซื้อขาย Crypto ในบราวเซอร์และก็โดนสังคมโหมกระหน่ำเพราะว่ามีการแท็กลิงค์ URL ให้สมัครเว็บไซต์ Binance โดยอัตโนมัติแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการเข้าชมเว็บ Binance ของผู้ใช้งานถูกติดตาม สร้างความไม่พอใจให้กับชุมชน