Ethereum

เหรียญ Ethereum (ETH) นั้นเป็นเหรียญที่ประสบความสำเร็จเป็นอันดับสองรองจากเหรียญแรกของตลาดอย่าง Bitcoin โดยแม้ว่าเหรียญดังกล่าวนี้จะใช้ระบบการขุดเหรียญหรือ Proof-of-work สำหรับประมวลธุรกรรมในระบบเหมือนกับเหรียญเจ้าตลาด แต่ Ethereum ได้นำเสนอสิ่งที่มากกว่าการเป็นเครื่องมือการทำธุรกรรมระหว่างบุคคล นั่นคือการนำ Smart Contract เข้ามาใช้งาน ทำให้เหรียญแพลตฟอร์มสามารถใช้สร้างแอพลิเคชั่นต่าง ๆ บนระบบ Blockchain ได้

Binance Coin

เหรียญ Binance Coin (BNB) นั้นเป็นเหรียญของแพลตฟอร์มกระดานซื้อขายแลกเปลี่ยนชื่อดังอย่าง Binance ซึ่งมีการให้บริการกระจายไปทั่วโลก โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มแบบมีการรวมศูนย์ดำเนินการที่ส่วนกลาง (Centralized)  ซึ่งมีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก

นอกจากกระดานซื้อขายแล้ว แพลตฟอร์มดังกล่าวยังให้บริการด้านคริปโตอื่นอีกอย่างการฝากเหรียญ (Saving) การให้กู้ยืม การทำธุรกรรมระหว่างบุคคล (P2P) การซื้อขายล่วงหน้า (Futures) และการ Stake เหรียญ เป็นต้น โดยเหรียญ BNB เป็นเหรียญของแพลตฟอร์มซึ่งสามารถใช้เป็นตัวกลางในการดำเนินการข้างต้นได้นั่นเอง

เหรียญ BNB ขึ้นอันดับสามของตลาด

ในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมานี้ เหรียญ BNB ได้มีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างมากจนกระทั่งมีมูลค่าตลาดสูงขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 4.08 หมื่นล้านดอลลาร์ จนแซงหน้าเหรียญ Stablecoin อย่าง Tether และเหรียญ Smart Contract อย่าง polkadot ได้สำเร็จ โดยที่มาของการเปลี่ยนแปลงราคานั้นมาจากความสนใจที่เพิ่มขึ้นของผู้คนในวงการคริปโตหลังทางแพลตฟอร์มได้พัฒนาเครือข่าย Smart Contract อย่าง Binance Smart Chain ไปอีกขั้นหนึ่งโดยการสร้างกระดานเทรดบน Blockchain หรือ Decentralized Exchange ขึ้นบนเครือข่ายดังกล่าว

แพลตฟอร์มที่ถูกสร้างขึ้นนั้นคือ PancakeSwap (CAKE) ซึ่งมีการดำเนินการคล้ายกับ Uniswap ซึ่งอยู่บนเครือข่าย Ethereum โดยผู้ใช้งานสามารถใช้แพลตฟอร์มทั้งสองในการแลกเหรียญของตนเป็นเหรียญสกุลอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างกระดานซื้อขาย อีกทั้งผู้ที่ต้องการสร้างผลกำไรยังสามารถใส่เหรียญไว้ในแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้สภาพคล่องของแพลตฟอร์มเหล่านี้มีมากขึ้นเพื่อให้ได้รับค่าธรรมเนียมตอบแทนมาได้อีกด้วย

เทรนด์ของเหรียญ BNB

สำหรับการดำเนินการของ Binance Smart Chain นั้นได้มีการใช้ระบบการประมวลธุรกรรมแบบ Proof-of-Staked Authority (PoSA) ซึ่งคล้ายคลึงกับ Proof-of-Stake ทั่วไปซึ่งใช้เหรียญในการประมวลผลเครือข่ายเป็นหลัก โดยมีผู้ได้รับเลือกจาก Binance ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผล อย่างไรก็ตามเครือข่ายนี้ได้ใช้เหรียญ BNB ในการระบุว่าผู้ถือเหรียญซึ่งได้นำเหรียญมา Stake บนเครือข่ายและผู้ประมวลผลใดจะได้รับรางวัลตอบแทนการลงทุน

การที่เหรียญดังกล่าวนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะเครือข่าย Binance Smart Chain โดยตรงนั้นส่งผลให้ผู้คนในวงการเห็นถึงศักยภาพในการใช้งานของเหรียญดังกล่าว ประกอบกับสถานการณ์ของเครือข่าย Ethereum ที่แม้ว่าจะผู้ใช้งานจำนวนมาก แต่กลับต้องเจอกับปัญหาค่าธรรมเนียมที่สูงมากและจำนวนธุรกรรมที่ทำได้ต่อวินาทีซึ่งไม่เพียงพอตรงข้ามกับBNB กรณีทั้งหมดนี้อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ BNB ไม่เพียงแต่ขึ้นมาอยู่อันดับสาม แต่อาจแซงหน้า Ethereum ได้เร็วๆ นี้