Wu Zhongze ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของจีน ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ดิจิทัลที่มีชื่อเสียงอย่างมากของประเทศ ออกมาแสดงมุมมองของเขาต่อสถานะของเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตอย่าง Blockchain โดยเขานั้นเชื่อว่าเทคโนโลยีดังกล่าวยัง “มีอายุน้อย” ซึ่งแปลว่าสิ่งต่าง ๆ ยังค่อนข้างใหม่ และมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก

อดีตรัฐมนตรีได้รายดังกล่าวได้ระบุความคิดเห็นของเขาในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Paper ของจีนว่า “จุดยืนด้านการพัฒนาระบบนิเวศที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain ของสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศเศรษฐกิจชั้นนำอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา และ ยุโรป นั้นไม่ได้ต่างกันมากนัก”

Blockchain จะเติบโตได้หากพัฒนาให้ถูกจุด

อดีตรัฐมนตรี Wu ได้ตั้งข้อสังเกตว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นได้ทำการปรับปรุงหลายภาคส่วนที่มีความจำเป็นในการพัฒนาอุตสาหกรรม Blockchain ได้แก่ ระบบการผลิตฮาร์ดแวร์, บริการด้านแพลตฟอร์ม และการรักษาความปลอดภัย, อุตสาหกรรมการลงทุน และการพัฒนาด้านการเงิน โดยเขากล่าวเพิ่มเติมว่า

“ด้วยการพัฒนาในเชิงนวัตกรรมของเทคโนโลยี Blockchain และอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เจตจำนงดังกล่าวได้ช่วยเร่ง และกระตุ้นให้อุตสาหกรรมดังกล่าวให้มีจำนวนขยายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้คาดว่าจะกลายเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ต่อไปในอนาคต”

จากที่ได้มีการกล่าวถึงคำว่า “การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด” ของโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี Blockchain ของสาธารณรัฐประชาชนจีน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงไอทีระบุว่าเทคโนโลยีในรูปแบบที่เน้นการกระจายอำนาจจะช่วยก่อให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ ในบูรณาการ และพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น 5G, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ศูนย์รวมข้อมูลต่าง ๆ และอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต

ทุกหน่วยงานในแดนมังกร ไม่เว้นแม้แต่ภาครัฐ กำลังให้ความสำคัญแก่ Blockchain โดยพร้อมเพรียงกัน

ตามข้อมูลการรายงานข่าวล่าสุดของหนังสือพิมพ์หลักทรัพย์รายวัน (Securities Daily) ของรัฐบาลจีน อธิบายวิธีการจัดสรรเงินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวนหลายล้านเพื่อนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในการวิจัย และพัฒนา (R&D) ให้กับองค์กร

การศึกษาดัวกล่าวนั้นเป็นการสำรวจ้อมูลตัวเลขของบริษัท 23 แห่งในประเทศจีนที่เริ่มนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งมันบ่งชี้ว่าบริษัทเหล่านั้นได้จัดสรรรายได้เฉลี่ย 20% ต่อปีเพื่อนำมาใช้ในวัตถุประสงค์ข้างต้น โดยเงินที่ถูกจัดสรรไว้แล้วส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กับแนวทางการพัฒนาของทางรัฐบาล