Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

บริษัท Bithumb ระงับการให้บริการชาวต่างชาติที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนทางโทรศัพท์ได้

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

บริษัท Bithumb ได้อธิบายเหตุผลที่ทำไมชาวต่างชาติถึงไม่สามารถใช้บริการได้

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
บริษัท Bithumb

Bithumb บริษัทแพลตฟอร์มให้บริการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี่ชื่อดังของประเทศเกาหลีใต้ได้ประกาศว่า ทางบริษัทไม่ยอมรับให้ชาวต่างชาติเข้าถึงแพลตฟอร์มการใช้บริการด้วยวิธีการยืนยันตัวตนผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

บริษัท Bithumb แจงเหตุผลที่ชาวต่างชาติไม่สามารถใช้บริการได้

เรื่องนี้มาจากการตัดสินใจของบริษัทด้วยเหตุผลที่ว่า ทางประเทศเกาหลีใต้กำลังมีการปรับปรุงแก้ไขการควบคุมบังคับในส่วนของคริปโตเคอร์เรนซี่ที่กำลังจะมาถึงภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่สามารถเข้าถึงการยืนยันตัวตนได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้นั้น จะไม่สามารถเข้าใช้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี่ของ Bithumb ได้ จากการที่บริษัทดังกล่าวได้มีการรับมือกับมาตรการใหม่ของประเทศเกาหลีใต้ที่คาดว่าจะมีความเข้มงวดกวดขันมากขึ้น

Red And Blue Light Streaks

โดยประเทศเกาหลีใต้นั้นเคยมีการปรับปรุงแก้ไขในส่วนของพระราชบัญญัติว่าด้วยกองทุนพิเศษ ซึ่งกฎหมายนี้ช่วยให้บริษัทที่อยากเปิดแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตสามารถจดทะเบียนได้กับทางหน่วยงานข่าวกรองทางด้านการเงินหรือ FIU ได้

รอดูกฎข้อบังคับเรื่องนี้อีกครั้ง

หน่วยงานนี้มีการควบคุมโดยคณะกรรมการบริการทางด้านการเงินหรือ FSC อีกที ซึ่งหน่วยงานนี้ได้ร่วมมือกับธนาคารหลายแห่งในการออกแบบระบบที่ช่วยยืนยันตัวตนด้วยชื่อจริงได้

ต่อมาทางด้าน Bithumb ได้ประกาศว่า จะแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่นอกประเทศ โดยที่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ที่ไม่สามารถทำการยืนยันตัวตนผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้นั้น จะไม่สามารถใช้บริการแพลตฟอร์มได้ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน สำหรับชาวต่างชาติแล้วจะมีการหยุดให้บริการหากไม่มีบัตรลงทะเบียนสำหรับชาวต่างชาติ

นอกจากนั้นแล้วทางบริษัทได้ออกมาเตือนว่า หากผู้ใช้ได้ทำการยอมรับในกฎข้อบังคับแล้ว หากผู้ใช้คนใดที่ทำการถอนเงินโดยที่ไม่มีการระบุวันที่นั้น จะมีการยกเลิกการให้บริการภายในปี 2021 ซึ่งเรื่องนี้ทางบริษัทจะมีการประกาศแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

Read more about: