Bitfarms หนึ่งในธุรกิจการขุด Bitcoin ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ดำเนินแผนการเสริมทัพเครื่องขุดชุดใหม่อีก 48,000 เครื่องในอีกสองปีข้างหน้า

โดยบริษัทเหมืองขุดยักษ์ใหญ่สัญชาติแคนาดารายนี้ได้จัดหาอุปกรณ์จากซัพพลายเออร์จากแดนมังการอย่าง MicroBT เพื่อให้พวกเขาส่งใบเสนอราคาในการเพิ่มขุมกำลังการขุดเจาะอีก 5 EH (exahashes) ทั้งนี้ตามรายงานระบุว่า Bitfarms ก่อตั้งขึ้นในปี 2017และปัจจุบันมีความจุสูงสุดในการขุดที่ 1 EH ซึ่งพวกเขามีเป้าหมายเพิ่มพลังในการดำเนินการขึ้นถึง 200% ภายในสิ้นปี 2022

*กำลังการขุดเจาะ หรือ Hashing Capacity คือจำนวนแรงม้าบริสุทธิ์ของคอมพิวเตอร์ที่สามารถทุ่มเทให้กับการขุด Bitcoin หรือ Cryptocurrencies*

Bitfarms คาดว่าทาง MicroBT จะมีการจัดส่งฮาร์ดแวร์ครั้งแรกช่วงราว ๆ เดือนมกราคม 2020 และมองว่าแท่นขุดเจาะชุดสุดท้ายจะมาถึงมือพวกเขาภายในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน โดยทั้งหมดนี้จะเพิ่มกำลังการขุดเจาะ โดยรวมเป็น 8 EH ในอีกสองปีข้างหน้า ซึ่งทาง Emiliano Grodzki ซีอีโอของ Bitfarms กล่าวว่านี่จะทำให้การรักษาความปลอดภัยของแท่นขุดเจาะทำได้ยากขึ้น

Emiliano Grodzki ซีอีโอของ Bitfarms
“การจัดหาชุดขุดจะเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอนาคตอันใกล้เนื่องจากการขาดแคลนแผ่นเวเฟอร์ (แผ่นซิลิกอนซับสเตรท) ที่ใช้ในการสร้างชิปกึ่งตัวนำซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอุปกรณ์ขุดเจาะ”

ในช่วงแปดเดือนที่ผ่านมา Bitfarms ได้ซื้อแท่นขุดเจาะกว่า 12,000 เครื่องจาก MicroBT โดยอ้างถึงความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็นเหตุผลในการซื้อ

ในเดือนธันวาคมปี 2020 Bitfarms ได้ติดตั้งอุปกรณ์ทำเหมือง Whatsminer M31S ใหม่ 1,000 เครื่อง และสั่งซื้อเครื่องขุด Whatsminer M31S + เพิ่มอีก 3,000เครื่องซึ่งมีกำหนดส่งมอบในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2021

Bitfarms นั้นถือเป็นบริษัทด้านการขุด Bitcoin รายแรกที่ทำหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน (Prospectus) หรือเอกสารสำคัญที่ทำขึ้นเพื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการให้แก่ผู้ลงทุนทราบ อาทิเช่น จำนวนเงินทุนโครงการ นโยบายการลงทุน และค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นต้น ให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ออนตาริโอ และเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโตในเดือนกรกฎาคม 2019 โดยบริษัทดังกล่าวนี้มีโรงงานขนาดอุตสาหกรรมทั้งหมด 5 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐควิเบก เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดาทั้งหมด และโรงงานเหล่านี้ล้วนขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากพลังน้ำ