Binance บริษัทแลกเปลี่ยนสกุลเงินรายใหญ่ที่สุดของโลกได้เริ่มจัดส่งบัตร Binance Visa cards ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจยุโรป หรือ European Economic Area (EEA) เป็นที่เรียบร้อย โดยทางบริษัทได้มีการแถลงการณ์เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมาระบุว่าผู้ใช้งานในภูมิภาค EEAกำลังจะได้รับบัตร Binance Visa cards ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งลูกค้าทุกท่านที่ได้สั่งซื้อบัตรดังกล่าวจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนการจัดส่งให้สำเร็จบน Wallet บัตรของพวกเขาได้

นอกจากการเปิดตัวบัตรวีซ่าแล้ว ทาง Binance ยังได้เพิ่มบริการรับรอง Ether (ETH) เข้าไปในบัตรเดบิตการ์ดด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินด้วย Altcoinได้อย่างง่ายดาย “เพียงแค่โอน Ethereum ไปยัง Card Wallet และใช้ปลายนิ้วลากให้สกุลเงินดังกล่าวอยู่ด้านบนของเหรียญสกุลอื่น ๆ เพื่อทำให้ Ether กลายเป็นสินทรัพย์ที่คุณต้องการใช้ในการชำระเงินเป็นอันดับแรก” Binance กล่าว

บัตร Binance Visa card มีขีดจำกัดการใช้จ่ายได้สูงสุดถึงวันละ 8,700 ยูโร (10,600 ดอลลาร์สหรัฐ) ในขณะที่การถอนเงินออกจากตู้ ATM ในแต่ละวันนั้นจำกัดจำนวนที่ 290 ยูโร (350 ดอลลาร์สหรัฐ) ตามการแถลงการณ์ระบุว่าบัตรดังกล่าวสามารถคืนเงินได้สูงสุดถึง 8% และจะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมใด ๆ จนกว่าจะถึงปี 2021

จุดเริ่มต้นของบัตรเดบิตใบนี้

เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2020 ทาง CryptoSiam ได้เคยรายงานถึงประกาศอย่างเป็นทางการของบริษัท Binance เกี่ยวกับบัตร Crypto Debit Card ที่จะเปิดให้เริ่มใช้งานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจยุโรปเป็นที่แรกของโลก โดยทางบริษัทจะเริ่มให้บริการบัตร Binance Visa cards ในรูปแบบเสมือนก่อน

ซึ่งในระยะเวลาต่อมาทางบริษัทได้ออกมาชี้แจงว่า “สำหรับผู้ที่ต้องการบัตรจริง ทางบริษัทจะดำเนินการให้ภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 เดือนนี้”

โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นบัตร Binance Card จะสามารถใช้งานเหรียญ Cryptocurrency ทั้งหมด 4 เหรียญด้วยกันคือ Bitcoin, SXP, BNB และ BUSD ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ของ Binance และดังที่ระบุไว้ข้างต้น พวกเขาก็ได้เพิ่มการใช้งานคริปโตสกุลที่ 5 เป็นที่เรียบร้อย

Binance ทุ่มเทกับบัตรใบนี้มิใช่น้อย

นับตั้งแต่ Binance ออกมาประกาศถึงแผนการของทางบริษัทเกี่ยวกับ Binance Visa Cardในเดือนเมษายนปี 2020 บริษัทได้ดำเนินการผลักดันผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นี้อย่างจริงจัง โดยหลังจากที่ได้มีการเปิดตัวบัตรในพื้นที่ EEA ไป ทาง Binance ก็ได้ออกมาประกาศถึงความตั้งใจที่จะขยับขยายธุรกิจไปทั่วโลก และเปิดตัวบัตร Crypto Debit Cardภายในประเทศต่าง ๆ เช่น สหพันธรัฐรัสเซีย เป็นต้น