Ethereum

เนื่องจากโมเดลของแพลตฟอร์ม Ethereum นั้นเปิดให้นักพัฒนาสามารถสร้างสรรคโครงการต่างๆด้วยเทคโนโลยี Blockchain และ Smart Contract โดยอาศัย Token หลักคือ ETH เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินธุรกรรม เมื่อแพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับความนิยมใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับวงการ DeFi ซึ่งใช้งานเครือข่ายของ Ethereum เป็นหลักนั้นได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เครือข่ายเกิดปัญหาทางด้านปริมาณธุรกรรมซึ่งเยอะกว่าที่ระบบจะสามารถรองรับได้

เนื่องจากปริมาณธุรกรรมนั้นมีจำนวนมาก จึงจำเป็นที่จะต้องมีการจัดลำดับรายการที่จะถูกฃกประมวลผลก่อนหลัง โดยเรียงตามอัตราค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้แก่ผู้ประมวลผล อย่างไรก็ตามกรณีเกิดปัญหาการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจนกระทั่งแตะเพดานสูงสุดที่ถูกกำหนดไว้ ส่งผลให้เครือข่าย Ethereum นั้นมีการลงมติจาก Node ต่างๆ และนักขุดในระบบเพื่อขยายเพดานดังกล่าว และทำให้ค่าธรรมเนียมสูงขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ในที่สุด

มูลค่าสินทรัพย์บน DeFi แตะหลักพันล้านดอลลาร์

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กิจกรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายจากวงการ DeFi นั้นได้เพิ่มขึ้นอย่างมากถึงขั้นที่มูลค่าทรัพย์สินรวมในกิจกรรมที่เกี่ยวกับ DeFi ทั้งหมดนั้นแตะระดับที่พันล้านดอลลาร์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแม้ว่าการเติบโตดังกล่าวจะเป็นสัญญาณที่ดีแก่วงการคริปโต แต่ทั้งนี้กลับต้องแลกมาด้วยประสิทธิภาพที่ลดลงของเครือข่าย Ethereum โดยรวมและแตราค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนเครือข่ายที่สูงกว่าจุดคุ้มทุนอีกด้วย

ผู้บริหาร Binance ชี้ค่าธรรมเนียมกำลังทำให้การซื้อขายยากขึ้น

ผู้บริหารของ Binance อย่างนาย CZ นั้นยังได้ออกมาชี้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับทางแพลตฟอร์ม Exchange จากค่าธรรมเนียมที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 10 จนถึง 20 ดอลลาร์ต่อรายการธุรกรรมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการถอนเงินออกจาก Exchange ทำให้ทางแพลตฟอร์มอาจจำเป็นที่จะต้องขึ้นค่าธรรมเนียมซึ่งเก็บจากผู้ใช้บริการในเร็ว ๆ นี้นั่นเอง ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแพลตฟอร์ม Exchange อื่นๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตามหากมีการปรับค่าธรรมเนียมการรถอนเงินหรือสินทรัพย์ออกจาก Exchange จริง จะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนซึ่งมีการซื้อขายในระยะสั้น ๆ รวมถึงนักลงทุนที่ใช้เทคนิคการ Arbitrage หรือการโยกเหรียญระหว่างแพลตฟอร์มอย่างมาก โดยเฉพาะการซื้อขายซึ่งมีการใช้ Bot ในการช่วยจัดการการลงทุน เนื่องจากกรอบการทำกำไรที่สามารถทำได้นั้นจะลดลง สวนทางกับต้นทุนที่สูงขึ้นจนกระทั่งอาจทำให้พลิกเป็นขาดทุนได้เลยทีเดียว

นอกจากนั้นแล้ว อัตราค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นบนเครือข่าย Ethereum อาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณผู้ใช้งานในระบบที่กำลังเพิ่มขึ้นได้จากความยากลำบากในการทำธุรกรรมและโอกาสในการสร้างผลกำไรที่ลดลง แม้ว่าตลอดช่วงสามเดือนที่ผ่านมานั้นปริมาณผู้ใช้งานและนักลงทุนในตลาด Ethereum นั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม ดังนั้นแล้วนักลงทุนควรเตรียมที่จะรับมือกับการย่อตัวลงของราคาในช่วงนี้จากผลกระทบของอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวอีกด้วย