สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ยอมรับและผลักดันเทคโนโลยี Blockchain และ Cryptocurrency มากที่สุด บริษัทด้านเทคโนโลยีของสิงคโปร์ Building Cities Beyond (BCB) Blockchain ที่มุ่งสร้าง Smart City ได้เปิดตัว BCB Innovation Grant  เตรียมแจกรางวัลมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 463,155,000 บาทสำหรับโครงการที่พัฒนาบนโปรโตคอล BCB ผลักดันระบบนิเวศ

ผลักดันระบบนิเวศด้าน Blockchain ทั่วเอเชีย

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ผลักดัน Blockchain และ Cryptocurrency ไม่แพ้กับจีน ล่าสุดก็ได้ผุดโปรเจค BCB Innovation Grant ที่จะให้ทุนกับโปรเจคทั่วเอเชียในการพัฒนา Ecosystem ของ BCB ซึ่งคาดว่าจะตั้งเป้าให้ทุนโปรเจคประมาณ 1,000 โปรเจคทั่วเอเชีย

เงินทุนที่วางไว้ให้โปรเจคนี้ก็ไม่น้อยมีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาทที่จะแจกให้กับบริษัทสตาร์ทอัพที่เข้ามาสร้างโปรเจคในระบบนิเวศของบริษัทด้วย โดยผู้ที่ได้รับเลือกจะสามารถเข้ามาเวิร์คชอปและได้รับสิทธิประโยชน์เพื่อพัฒนาโปรเจคจากทาง BCB ถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีในการพัฒนาโปรเจคด้าน Blockchain และ Cryptocurrency มาก เพราะทุกวันนี้มีไอเดียด้านนี้เกิดขึ้นมากมายแต่ก็ยังขาดเงินทุนในการสนับสนุนโปรเจคอยู่

ไม่เพียงเท่านั้นบริษัทยังหวังที่จะดึงนักพัฒนาให้เข้ามาสนใจแพลตฟอร์มของตัวเองโดยจะแจกเงินทุนประมาณ 2.8 ล้านดอลลาร์ให้กับโปรเจคพัฒนาเกมที่จะสร้างบนแพลตฟอร์มของ BCB ด้วย สิ่งที่พวกเขาต้องการคือให้นักพัฒนาเหล่านั้นเขารู้จักและอยากพัฒนาโปรเจคบนโปรโตคอล Blockchain

CEO ของ BCB Blockchain นาย Douglas Gan กล่าวต้องการผลักดันระบบนิเวศของ BCB และมองเห็นว่าปัจจุบันในตลาดมีคนที่เก่งๆเยอะและอยากสนับสนุนพวกเขา

“เมื่อระบบนิเวศของ BCB เติบโต เราตระหนักถึงศักยภาพของเทคโนโลยี Blockchain ในการใช้งานในชีวิตประจำวัน เรากำลังหาแนวทางแบบองค์รวมเพื่อสนับสนุนและพยายามเข้าถึงโปรเจคที่มีอยู่และโปรเจคที่กำลังจะสร้างขึ้นในโปรโตคอล BCB การสร้างกองทุนบริจาคก็เป็นส่วนหนึ่งเพื่อที่จะเข้าถึงโปรเจคที่มีศักยภาพเหล่านั้น ในขณะที่เราก็กำลังมองหาวิธีการสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของเราในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายเช่นนี้”

สิงคโปร์มีการกำกับดูแล Cryptocurrency

สิงคโปร์มีความเคลื่อนไหวด้าน Blockchain และ Cryptocurrency มาตลอด ภาครัฐของสิงคโปร์อนุญาตให้มีการสร้างแพลตฟอร์มซื้อขาย Cryptocurrency และให้การเทรด Cryptocurrency สามารถทำได้อย่างถูกกฎหมาย  

นอกจากนี้สิงคโปร์ยังมีกฎหมายออกมาควบคุม Cryptocurrency ที่ชื่อว่า “Payment Services Act” แปลเป็นไทยคือกฎหมายเกี่ยวกับบริการการชำระเงินฉบับใหม่จะควบคุมการชำระเงิน Cryptocurrency และบริษัทที่ให้บริการเทรด Cryptocurrency อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์บางประการของกฎระเบียบที่ปัจจุบันใช้บังคับกับบริการการชำระเงินแบบดั้งเดิมและกำหนดให้พวกเขาต้องมีใบอนุญาต

บริการชำระเงินด้าน Cryptocurrency จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย Financial Advisers Act (กฎหมายที่ปรึกษาทางการเงิน), Insurance Act (กฎหมายประกันหลักทรัพย์) และ Securities and Futures Act and the Trust Companies Act (กฎหมายเกี่ยวกับหลักทรัพย์และสัยญาซื้อขายล่วงหน้าและบริษัททรัสต์)

เรียบเรียงจาก fintechnews