ทำธุรกรรม 100,000 บาทขึ้นไปต้องรายงานข้อมูลส่วนตัว

ประกาศจากกฎกระทรวงโดยอาศัยอำนาจจาก พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ได้และประกาศจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AMLO) ได้มีการกำหนดให้ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นธุรกิจทางการเงินที่จะต้องมีการดำเนินการตามประกาศเกี่ยวกับการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (KYC)

อ้างอิงจากประกาศผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องมีการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า เช่น วันเดือนปีเกิด, สถานที่เกิด, ข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ของลูกค้าด้วย หากลูกค้ารายนั้นได้มีการทำธุรกรรมเกินกว่า 100,000 บาทไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมในครั้งเดียวหรือหลาย ๆ ครั้งขึ้นไปแต่รวมแล้วเกิน 100,00 บาท หรือเมื่อมีเหตุที่น่าสงสัยว่าผู้ใช้งานรายได้จะทำความผิดฐานฟอกเงิน หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลของลูกค้า

โดยผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องมีการดำเนินการตามประกาศภายใน 90 วันหลังจากที่มีการประกาศบนราชกิจจานุเบกษาหรือนับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

ผู้ประกอบการก็ต้องรายงานธุรกรรมด้วย

การรายงานข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจกระทำได้ผ่านการเสียบบัตรประชาชนของลูกค้าผ่านเครื่องอ่านชิปก็ได้ นั่นหมายความว่าลูกค้าจะต้องนำบัตรประชาชนตัวเองมายื่นต่อหน้าผู้ประกอบการด้วย

นอกจากนี้หากธุรกิจมีการทำธุรกรรมเกินกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไป ผู้ประกอบการต้องรายงานการทำธุรกรรมที่น่าสงสัยต่อ AMLO ด้วย

การออกประกาศมาเช่นนี้เป็นการสร้างภาระหน้าที่ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจทางการเงินตามนิยามของหน่วยงาน AMLO และกฎหมายแม่รวมถึงกฎหมายลูกที่ออกมาใช้บังคับที่จะต้องรายงานข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ารวมถึงธุรกรรม

ซึ่งในส่วนนี้อาจทำให้ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานลดน้อยลงไปเพื่อดำเนินการตามนโยบายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของหน่วยงานรัฐ