Yi Gang ผู้ว่าการธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีนได้ออกมากล่าวถึงความสำเร็จอีกขั้นในการสร้างสกุลเงินดิจิทัลแห่งแดนมังกร โดยระบุว่าโครงการนำร่องเงินหยวนดิจิทัลที่ซึ่งได้เปิดทดลองใช้งานใน 4 หัวเมืองใหญ่ของจีนกำลังก้าวหน้าอย่างมาก และดำเนินการได้อย่างราบรื่นมาโดยตลอด

ประเทศจีนไม่แพ้ชาติใดในโลก!

PBoC เปิดตัวโครงการนำร่องสำหรับการสร้างสกุลเงินดิจิทัลครั้งแรกในเดือนเมษายนปีนี้ โดยการทดลองนั้นเกิดขึ้นในนครเซินเจิ้น, เฉิงตู, ซูโจว และซีออนกัน และพวกเขาก็วางแผนให้โปรแกรมดังกล่าวถูกขยายเพิ่มเติมไปยังอีกเก้าเมืองหลัก ซึ่งประกอบไปด้วยกวางโจว, ฮ่องกง และมาเก๊า เป็นต้น

Yi Gang ผู้ว่าการธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน

ซึ่งในขณะนี้หลังจากผ่านการคลอดโปรเจคนำร่องออกสู่โลกกว้างภายในระยะเวลา 7 เดือน นั้นพวกเขานั้นได้ดำเนินการบริหารเม็ดเงินมูลค่ากว่าสองพันล้านหยวน (299 ล้านดอลลาร์) ทั้งยังมีการบันทึกธุรกรรมมากกว่าสี่ล้านรายการเข้าแล้ว

โจทย์ที่ท้าทายซึ่งมาพร้อมเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

Yi Gang เปิดเผยว่าการเข้าถึงบริการทางการเงินในพื้นที่ห่างไกลได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Microloans และการชำระเงินผ่านมือถือ (Mobile payments) นอกจากนี้เขายังตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทด้านฟินเทคมีข้อได้เปรียบที่สำคัญเหนือธนาคารพาณิชย์ในแง่ของการพัฒนาฐานลูกค้า และการจัดการความเสี่ยง

ผู้ว่าการแห่ง PBoC ยังกล่าวอีกว่า นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้ความต้องการธนาคารแบบไร้การสัมผัสเพิ่มขึ้นอย่างมาก และนั่นถือเป็นปัจจัยที่สร้างความท้าทายให้กับธนาคารกลาง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทาง PBoC ต้องรีบจัดการโดยพวกเขาได้มุ่งเน้นไปที่ความสะดวกสบายสำหรับผู้บริโภค ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ในความปลอดภัยของการทำธุรกรรควบคู่ไปด้วย

ประเทศจีนที่ไร้เงินสด

South China Morning Post เปิดตัวรายงาน China Fintech ฉบับแรกเผยให้เห็นแนวโน้มและผลกระทบทั่วโลกของการขยายตัวของการชำระเงินดิจิทัลและบล็อกเชนเมื่อจีนเปิดระบบการเงินให้กับผู้เล่นต่างชาติ

ตามผลการวิจัยล่าสุดของ South China Morning Post (SCMP) ระบุว่า จีนนั้นพร้อมที่จะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดแห่งแรกของโลก และวางแผนว่าจะเปิดตัว Digital Yuan DCEP ก่อนที่จะจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022

นอกจากนี้ตามรายงานดัวกล่าว ยังระบุด้วยว่าตลาดการเงินขนาดใหญ่ในประเทศของจีนมีผู้บริโภคประมาณ 87% ที่ใช้บริการฟินเทค และบริการการชำระเงินผ่านมือถือ ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 29 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (200 ล้านล้านหยวน) ในปี 2562 ซึ่งนี่ถือเป็นตลาดโลกที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์